
ราคาทองโลกดิ่งลงอย่างหนักในวันนี้ ใกล้หลุดระดับ 4,000 ดอลลาร์ เนื่องจากตลาดกังวลว่าการโจมตีระลอกใหม่ระหว่างสหรัฐและอิหร่านจะกระตุ้นให้อัตราเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น และทำให้นักลงทุนเพิ่มคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
ณ เวลา 22.47 น.ตามเวลาไทย ราคาทองสปอต [GOLD.X] ลบ 74.75 ดอลลาร์ หรือ 1.84% สู่ระดับ 4,012.89 ดอลลาร์/ออนซ์
ส่วนราคาสัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค. ลบ 92.90 ดอลลาร์ หรือ 2.26% สู่ระดับ 4,020.80 ดอลลาร์/ออนซ์
กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) รายงานว่า กองทัพสหรัฐเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านระลอกใหม่เมื่อวันอาทิตย์ หลังจากโจมตีเป้าหมาย 140 แห่งเมื่อวันเสาร์ โดยเป็นการตอบโต้ต่อการที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) โจมตีเรือบรรทุกสินค้าลำหนึ่งที่กำลังแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
สำนักข่าว Tasnim ของทางการอิหร่านรายงานว่า อิหร่านทำการตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพของสหรัฐในจอร์แดน คูเวต บาห์เรน และโอมาน
ทั้งนี้ IRGC ประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง แต่กองทัพสหรัฐโต้แย้งคำกล่าวอ้างดังกล่าว โดยระบุว่า ช่องแคบฮอร์มุซยังคงเปิดให้เรือทุกลำที่มีสิทธิเดินเรือโดยชอบด้วยกฎหมายสามารถผ่านได้ตามปกติ
นายโอเล ฮันเซน นักวิเคราะห์จากแซกโซ แบงก์ กล่าวว่า “การกลับมาปะทุของความขัดแย้งในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียได้จุดชนวนความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้ออีกครั้ง รวมถึงความเสี่ยงที่ธนาคารกลางสหรัฐอาจใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำเพิ่มเติม ผ่านการดีดตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรและการแข็งค่าของดอลลาร์”
นายฮันเซนกล่าวว่า “ความสนใจของตลาดที่มุ่งไปยังสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ประกอบกับราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น และสภาพคล่องที่ลดลงในช่วงวันหยุดฤดูร้อน ล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่อาจทำให้ราคาทองคำร่วงหลุดออกจากกรอบปัจจุบันที่ 3,900-4,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์”
การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะเป็นการเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 71% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน เพิ่มขึ้นจาก 63% เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
นักลงทุนจับตาตัวเลขเงินเฟ้อ รวมทั้งการกล่าวถ้อยแถลงของนายเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ต่อสภาคองเกรสในสัปดาห์นี้
นายวอร์ชมีกำหนดกล่าวแถลงการณ์รอบครึ่งปีว่าด้วยนโยบายการเงินและภาวะเศรษฐกิจสหรัฐต่อสภาคองเกรส โดยจะกล่าวถ้อยแถลงต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรในวันอังคารที่ 14 ก.ค. และต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภาในวันพุธที่ 15 ก.ค.
การกล่าวแถลงการณ์ทั้ง 2 วันจะมีขึ้นในเวลา 10.00 น.ตามเวลาสหรัฐ หรือ 21.00 น.ตามเวลาไทย
นักลงทุนจับตาถ้อยแถลงของนายวอร์ช ซึ่งจะเป็นการเข้าให้การต่อสภาคองเกรสเป็นครั้งแรกหลังเข้ารับตำแหน่ง เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเศรษฐกิจสหรัฐ และทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้
กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ประจำเดือนมิ.ย.ในวันพรุ่งนี้
ทั้งนี้ ผลการสำรวจนักวิเคราะห์คาดว่า ดัชนี CPI ทั่วไป (Headline CPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.8% ในเดือนมิ.ย. หลังจากปรับตัวขึ้น 4.2% ในเดือนพ.ค.
เมื่อเทียบรายเดือน คาดว่าดัชนี CPI ทั่วไป ปรับตัวลง 0.1% ในเดือนมิ.ย. หลังจากปรับตัวขึ้น 0.5% ในเดือนพ.ค.
ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน คาดว่าปรับตัวขึ้น 2.9% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายปี หลังจากปรับตัวขึ้น 2.9% เช่นกันในเดือนพ.ค.
เมื่อเทียบรายเดือน คาดว่าดัชนี CPI พื้นฐาน ปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือนมิ.ย. หลังจากปรับตัวขึ้น 0.2% เช่นกันในเดือนพ.ค.
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ




