
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายติน หม่อง ซเว (H.E. Mr. Tin Maung Swe) รมว.ต่างประเทศเมียนมา เข้าเยี่ยมคารวะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในโอกาสเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือเพื่อกระชับความสัมพันธ์ไทย-เมียนมา และผลักดันความร่วมมือในประเด็นที่ส่งผลโดยตรงต่อความมั่นคง เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชนทั้งสองประเทศ
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไทยและเมียนมา เป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดกัน และเป็นสมาชิกครอบครัวอาเซียนร่วมกัน ปัญหาสำคัญที่กระทบประชาชนไทย ไม่ว่าจะเป็นยาเสพติด อาชญากรรมข้ามชาติ หมอกควันข้ามแดน หรือผลกระทบจากสถานการณ์บริเวณชายแดน ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่ต้องอาศัยความร่วมมืออย่างจริงจังระหว่างทั้งสองฝ่าย
ทั้งนี้ รัฐบาลไทยพร้อมทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างเมียนมากับอาเซียน เพื่อเปิดพื้นที่การหารือและความร่วมมืออย่างสร้างสรรค์ เพราะไทยเชื่อว่าเมียนมาที่มีเสถียรภาพ และสามารถทำงานร่วมกับประเทศสมาชิกอาเซียนได้มากขึ้น จะเอื้อต่อการแก้ไขปัญหาข้ามพรมแดนที่กระทบต่อประชาชนไทย และเสริมสร้างสันติภาพและความมั่นคงของภูมิภาคโดยรวม
ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้เชิญ พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อสานต่อการหารือและความร่วมมือในประเด็นที่เป็นประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ

โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเร่งขับเคลื่อนความร่วมมือใน 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่
– ประการแรก การสร้างเสถียรภาพตามแนวชายแดน นายกรัฐมนตรีขอให้เมียนมาเพิ่มความเข้มข้นในการปราบปรามยาเสพติด การพนันผิดกฎหมาย และอาชญากรรมข้ามชาติ รวมทั้งลดการเผาพื้นที่ ซึ่งเป็นสาเหตุของหมอกควันข้ามแดน และลดผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบบริเวณชายแดน โดยย้ำว่า ปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติของรัฐบาล เพราะส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยของประชาชนไทย
ทางฝ่ายเมียนมา ยืนยันว่า ตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อประเทศไทย และพร้อมเร่งแก้ไขปัญหายาเสพติด การพนันผิดกฎหมาย และปัญหาต่าง ๆ ตามแนวชายแดน พร้อมประสานความร่วมมือกับไทยอย่างใกล้ชิดต่อไป
– ประการที่สอง การส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการพัฒนา นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เมื่อพื้นที่ชายแดนมีความสงบและมีเสถียรภาพ การค้า การลงทุน การคมนาคม และการพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนจะขยายตัว เกิดประโยชน์ต่อผู้ประกอบการและประชาชนของทั้งสองประเทศ โดยยืนยันว่า ไทยยินดีถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเกษตร โดยเฉพาะการปลูกพืชหมุนเวียนและการบริหารจัดการพื้นที่เพาะปลูก เพื่อช่วยลดการเผาในภาคเกษตรและบรรเทาปัญหาหมอกควันข้ามแดน
ซึ่ง รมว.ต่างประเทศเมียนมา เห็นพ้องว่า การแก้ไขปัญหาหมอกควัน จำเป็นต้องอาศัยการพัฒนาพื้นที่ การให้ความรู้แก่เกษตรกร และความร่วมมือทางวิชาการ พร้อมขอบคุณรัฐบาลไทยที่พร้อมสนับสนุนองค์ความรู้และการพัฒนาศักยภาพในด้านดังกล่าว
– ประการที่สาม การสนับสนุนบทบาทของเมียนมาในอาเซียน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไทยยังคงสื่อสารและหารือกับเมียนมาอย่างต่อเนื่อง เพราะเชื่อว่า การมีส่วนร่วมของเมียนมาในประชาคมอาเซียนจะช่วยสร้างบรรยากาศแห่งความร่วมมือ และเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายร่วมกันแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ด้าน รมว.ต่างประเทศเมียนมา แสดงความขอบคุณประเทศไทยที่ให้ความสำคัญกับเมียนมา และสนับสนุนการมีส่วนร่วมในกรอบอาเซียน พร้อมยืนยันว่าจะสานต่อความร่วมมือกับไทยในทุกมิติ ในฐานะประเทศเพื่อนบ้านที่ดี
โดย ฐานิสร์ ทองนอก/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์





