
นักวิเคราะห์ฯ คาดหุ้นไทยเช้านี้ฟื้นตัวหลังเงินเฟ้อสหรัฐฯ ต่ำคาดลดแรงกดดันเฟดขึ้นดอกเบี้ย ส่งผลให้ดอลลาร์ชะลอแข็งค่า-บอนด์ยีลด์ย่อลง แต่อัพไซด์ยังจำกัดจากสงครามตะวันออกกลางยังไม่แน่นอน ให้แนวรับแรก 1,612 จุด ถัดไป 1,606 จุด และแนวต้าน 1,640 จุด ถัดไป 1,650 จุด
นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทย [SET.X] เช้านี้คาดฟื้นตัวหลังตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐออกมาต่ำคาด ช่วยลดแรงกดดันธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ทำให้ไม่จำเป็นต้องรีบปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างรวดเร็ว ประกอบกับ ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯ โดยเฉพาะกลุ่มการเงินออกมาอย่างแข็งแกร่งเมื่อคืนนี้ ส่งผลให้เกิดแรงซื้อคืนและผลักดันให้ตลาดหุ้นสหรัฐรีบาวด์กลับขึ้นมาได้
ทั้งนี้ คาดว่าตลาดหุ้นไทยน่าจะมีทิศทางสอดคล้องกัน เนื่องจากเงินเฟ้อสหรัฐที่ต่ำคาด ส่งผลให้เงินดอลลาร์ชะลอการแข็งค่าขึ้น เช่นเดียวกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (บอนด์ยีลด์) ที่ย่อตัวลง อย่างไรก็ตาม การปรับตัวขึ้นของดัชนียังจำกัด เนื่องจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอนและมีความผันผวน อีกทั้งช่วงนี้ดัชนี SET น่าจะขับเคลื่อนตามการทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนของไทยด้วย
ประเมินกรอบแนวรับแรก 1,612 จุด ถัดไป 1,606 จุด และแนวต้านแรก 1,640 จุด ถัดไป 1,650 จุด
*ประเด็นพิจารณาการลงทุน
– ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (14 ก.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ปิดที่ 52,508.27 จุด เพิ่มขึ้น 9.63 จุด หรือ +0.02% ดัชนี S&P500 [SP500.X] ปิดที่ 7 7,543.59 จุด เพิ่มขึ้น 28.25 จุด หรือ +0.38% ดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ปิดที่ 26,107.01 จุด เพิ่มขึ้น 233.83 หรือ +0.90%
– ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้เปิดเช้านี้ ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 67,989.74 จุด เพิ่มขึ้น 246.24 จุด หรือ +0.36% ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกง เปิดที่ 24,551.34 จุด เพิ่มขึ้น 210.61 จุด หรือ +0.87%ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีน เปิดที่ 3,963.73 จุด ลดลง 3.40 จุด หรือ -0.09% ดัชนี KOSPI [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้พุ่งขึ้น 6.3%
– ตลาดหุ้นไทย [SET.X] ปิดล่าสุด (14 ก.ค. ) 1,626.03 จุด ลดลง 1.87 จุด (-0.11%) มูลค่าซื้อขาย 82,003.75 ล้านบาท
– นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ (14 ก.ค.) 3,991.98 ล้านบาท
– ราคาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือนส.ค. (14 ก.ค.) เพิ่มขึ้น 1.20 ดอลลาร์ หรือ 1.54% ปิดที่ 79.34 ดอลลาร์/บาร์เรล
– ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (14 ก.ค.) อยู่ที่ 29.88 ดอลลาร์/บาร์เรล
– เงินบาทเปิด 33.48 กลับมาแข็งค่า รับดอลลาร์อ่อนค่า หลัง CPI ต่ำกว่าคาดลดโอกาสเฟดขึ้นดอกเบี้ย
– “คลัง-ธปท.” เปิดความพร้อมเป็นเจ้าภาพประชุม “IMF-World Bank 69” “เอกนิติ” ชู 4 วาระใหญ่ดึงไทยสู่สปอตไลต์โลกทั้งดิจิทัล-เอไอเชื่อมเศรษฐกิจ ชู “ศาสตร์แห่งพระราชา” ต้นแบบพัฒนายั่งยืน ด้าน “วิทัย” ดัน Bangkok Blueprint ต้นแบบสร้างระบบการเงินดิจิทัลปลอดภัย รับมือภัยไซเบอร์อาชญากรรมทางการเงิน
– ชุดสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดี “พ่อทิพย์” เรียกประชุมชุดสืบสวน 4 บก.น. ขยายผลจับกุมผู้ต้องหาขบวนการแจ้งเกิดเท็จลอต 2 หลังพบข้อมูลเด็กที่โรงพยาบาลและสำนักงานเขตมีการรับรองบุตรแจ้งเกิดเท็จเพิ่มเติม 13 ราย ส่วนเด็ก 20 คน เตรียมถอนสัญชาติไทยหลังพ่อแม่จีนถูกจับกุม มีญาติผู้ต้องหามาติดต่อขอรับไปเลี้ยงทั้งหมด ขณะที่มีผู้ปกครองเด็กที่แจ้งเกิดเท็จติดต่อพบเจ้าหน้าที่ขอแจ้งถอนสัญชาติไทย ด้าน “ชัชชาติ” กำชับ ผอ.เขตให้จริงจังเข้มงวดตรวจตราเรื่องทุนเทาจดทะเบียนพ่อทิพย์กุมารจีน เชื่อมีอย่างน้อย 500-1,000 กรณี จะต้องมีการตรวจสอบเพิ่ม
-กระทรวงการท่องเที่ยวฯ คิกออฟแผนปี 2570 ย้ำไทยต้องดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพ ผู้ว่าการ ททท.กางเป้าปี 2570 ดันรายได้ท่องเที่ยวแตะ 2.9 ล้านล้านบาท เติบโต 5-7% พร้อมรักษาฐานนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 33 ล้านคน ควบคู่เจาะนักท่องเที่ยวกำลังซื้อสูง ชูคนไทยเที่ยว 200 ล้านคน-ครั้ง เร่งเจาะตลาดคุณภาพ-เปิดตลาดใหม่ทั่วโลก
– จับตาปฏิรูปโครงสร้างค่าไฟครั้งใหญ่ ดันแผน “พีดีพีใหม่” พ่วง นิวเคลียร์ขนาดเล็ก สะเทือน “กลุ่มโรงไฟฟ้า” ระยะสั้นแต่ปลดล็อกยาว “บล.หยวนต้า” ชี้ ตรึงค่าไฟงวดปลายปี 69 ที่ 3.95 บาทต่อหน่วย คาดผลกระทบจำกัด “บล.กสิกรไทย” มองระยะสั้นตรึงค่าไฟสร้าง “แรงกดดัน” ต่อหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า SPP “บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชันแนล” มองบวกเหตุยังคงเป็นระดับเอื้อต่อธุรกิจ
– รมช.คมนาคม กล่าวถึงกรณีโครงการรถไฟความเร็วสูง หรือไฮสปีดเทรน เชื่อม 3 สนามบิน “ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา” ว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปว่าจะไปในแนวทางใด หลังบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด หรือกลุ่มซีพี ยื่นหนังสือต่อการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ขอใช้สิทธิเลิกสัญญา
– ก.ล.ต. เดินหน้ายกระดับ ความเชื่อมั่น “ตลาดทุนไทย” ประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับ บก.ปอศ. เร่งขยายผลสืบสวนคดีรายงานข้อมูลเท็จ-บัญชีม้า และการปั่นหุ้น ยึดหลักเกณฑ์บังคับใช้กฎหมายที่ถูกต้อง เปิดโอกาส “ผู้ถูกกล่าวหา” ชี้แจง จ่อปรับปรุงหลักเกณฑ์รายงาน “แบบ 246-2” เพื่อ “ปิดช่องโหว่” ขบวนการทุจริต “บล.กรุงศรี” หนุนยกระดับความโปร่งใส “สกัดทุนเทา-สแกมเมอร์”
*หุ้นเด่นวันนี้
– MOSHI (กรุงศรี) ”ซื้อ“ ราคาเป้าหมาย 53 บาท เป็นร้าน Value lifestyle retail รับประโยชน์จากโครงสร้างเศรษฐกิจปัจจุบัน ลูกค้านึกถึงร้านในแง่ของร้านที่มีสินค้าดีไซน์สวยงาม ราคาย่อมเยาหลักสิบถึงร้อยบาทต่อชิ้น (เฉลี่ยยอดซื้อต่อบิล 170 บาท ราว 2-4 สินค้า) ประเมินกำไรไตรมาส 2/69 เบื้องต้น 163 ลบ. (+21% y-y, -15% q-q) จากรายได้คาด 958 ลบ. (+18% y-y, -3% q-q) จาก i) SSSG คาด +4% y-y vs 1Q26 3.8% แม้มีผลกระทบสงครามที่ SSSG ทรงตัวแต่มาดีขึ้น พ.ค.-มิ.ย. จากหลาย Collection ใหม่ช่วงเปิดเทอม (พ.ค.), สะสมยอดซื้อเพื่อมีตติ้งกับศิลปิน (ปอนด์-ภูวินทร์) รวมถึงกระแสสกุชชี่มาแรงช่วงมิ.ย.
– SYNEX (กสิกรไทย) “ซื้อ“ ราคาพื้นฐาน 11.47 บาท แนวโน้มไตรมาส 2/69 สดใส ปัจจัยหนุนต่อเนื่องไปยังไตรมาส 3/69 จากยอดขายกลุ่ม Commercial และ Enterprise ยังแข็งแกร่ง GPM ขึ้น,kเป็น 3.9% จาก Margin ของสินค้ากลุ่มหน่วยความจำและอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลทดีขึ้น และ Dividend Yield สูงราว 5.6%
– HMPRO (พาย) ปรับจาก “ถือ” เป็น “ซื้อ” ราคาพื้นฐาน 7.50 บาท กำไรแนวโน้มกลับมาโต YoY ต่อเนื่องใน H2/69 หนุนจากอัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นจากสินค้า House brands สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น คาดกำไรสุทธิไตรมาส 2/69 ที่ 1.57 พันล้านบาท (+12%YoY, +12%QoQ) จากอัตรากำไรขั้นต้นขยายตัว 100 bps YoY คาดยอดขายสาขาเดิม (HomePro -0.5%, Mega Home +2%, HomePro Malaysia -4%) มีปัจจัยบวกยอดขายสินค้าทำความเย็น
โดย วรินทร ศิรินอก





