น้ำมัน WTI-BRENT พุ่งกว่า 1% หลังสหรัฐฯ เดินหน้าโจมตีอิหร่าน ปิดล้อมท่าเรือ

ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ (15 ก.ค.) หลังจากกองกำลังของสหรัฐฯ เดินหน้าโจมตีอิหร่านอีกระลอก นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังได้กลับมาบังคับใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อท่าเรือต่าง ๆ ของอิหร่านใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ

สัญญาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 1.01% แตะที่ 80.14 ดอลลาร์/บาร์เรล

ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) [BRENT.X] ส่งมอบเดือนก.ย. ปรับตัวขึ้น 1.23% แตะที่ 85.77 ดอลลาร์/บาร์เรล

กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) แถลงในวันอังคาร (14 ก.ค.) ว่า กองกำลังสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายต่าง ๆ ของอิหร่านเพิ่มเติมอีกระลอก ไม่นานก่อนที่กองกำลังสหรัฐฯ จะเริ่มกลับมาบังคับใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลในช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง

กองกำลังสหรัฐฯ ได้กลับมาบังคับใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อเรือต่าง ๆ ที่เดินทางเข้าและออกจากท่าเรือรวมถึงพื้นที่ชายฝั่งของอิหร่านแล้วในวันอังคารเวลา 16.00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออก (ตรงกับเวลา 03.00 น. ตามเวลาไทยในวันนี้ (15 ก.ค.)” CENTCOM แถลงบนแพลตฟอร์ม X

ปัจจุบันมีเรือรบของกองทัพเรือสหรัฐฯ มากกว่า 20 ลำ และเครื่องบินทหารอีกหลายร้อยลำที่กำลังปฏิบัติการอยู่ทั่วตะวันออกกลาง กองกำลังอเมริกันยังคงเฝ้าระวัง มีอานุภาพทำลายล้างสูง และมีความพร้อมอย่างเต็มที่” แถลงการณ์ระบุ

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวในวันเดียวกันว่า สหรัฐฯ จะขยายขอบเขตการโจมตีอิหร่านในสัปดาห์หน้า โดยจะมุ่งเป้าไปที่โรงไฟฟ้าและสะพานต่าง ๆ เว้นแต่ว่าอิหร่านจะยอมตกลงเข้าสู่การเจรจา

สัปดาห์หน้า สถานการณ์ของพวกเขาจะย่ำแย่ลงอย่างมาก เพราะสัปดาห์หน้าจะถึงคราวของโรงไฟฟ้า เราจะทำลายโรงไฟฟ้าทั้งหมดของพวกเขา เราจะทำลายสะพานทั้งหมดของพวกเขา เว้นแต่พวกเขาจะยอมเข้าสู่โต๊ะเจรจา” ปธน.ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ฟอกซ์นิวส์ (Fox News)

นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า การโจมตีอิหร่าน “จะดำเนินต่อไปจนกว่าผมจะบอกว่าพอ”

โดย รัตนา พงศ์ทวิช/กัลยาณี ชีวะพานิช