CIMB Thai ชี้ศก.ไทย Q3/69 เริ่มเห็นแสงสว่าง แม้ปัจจัยภายนอกผันผวน ส่งออกเป็นแรงหนุนสำคัญ-มาตรการรัฐประคองกำลังซื้อ

นายอมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMB Thai) กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยไตรมาส 3/69 เริ่มเห็นแสงสว่างมากขึ้น หลังผ่านช่วงอ่อนแรงสุดของปีในไตรมาส 2/69 โดยปัจจัยบวกมาจากราคาน้ำมันปรับตัวลดลงมาก สหรัฐ-อิหร่านลงนามสัญญาพักรบชั่วคราว แม้จะมีโอกาสกลับมาสู้รบกันใหม่ การส่งออกของไทยเป็นแรงหนุนสำคัญ และมาตรการภาครัฐช่วยประคองกำลังซื้อ

ฟันธง 5 ข้อ เศรษฐกิจไทย ไตรมาส 3 

1. ราคาน้ำมันเฉลี่ย 80 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล หนุนเศรษฐกิจฟื้นตัว หลังราคาน้ำมันพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ในไตรมาส 2/69 ก่อนปรับตัวย่อลงมาช่วงปลายมิ.ย.-ต้น ก.ค. ลงมาต่ำกว่า 70 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล มองต่อไปปัญหาอิหร่านยังระอุ แม้จะไม่ได้ทวีความรุนแรงเป็นสงครามเหมือนช่วงไตรมาส 2/69

โดยสำนักวิจัยฯคาดว่าไตรมาส 3/69 ราคาจะเฉลี่ยราว 80 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล แม้ยังมีความเสี่ยงจากหลายปัจจัย แต่ถือว่าอยู่ในระดับที่สนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยได้

2. เฟดคงดอกเบี้ยทั้งปี ที่ 3.75% ธปท.ตรึงดอกเบี้ย 1%   

สำนักวิจัยฯ มองว่าเงินเฟ้อสหรัฐฯ จะทยอยชะลอลงตามราคาพลังงาน และเงินเฟ้อฝั่งสหรัฐฯ ไม่ได้มาจากด้านอุปสงค์มากนัก ค่าเช่าหรือค่าจ้างแรงงานไม่ได้ทวีความทะยานขึ้นสูง จึงน่าจะอยู่ระดับควบคุมได้ เฟดไม่จำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ และจะปรับตัวสมดุลในปีหน้า ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1% เพราะแรงกดดันเงินเฟ้อมาจากฝั่งต้นทุนมากกว่าอุปสงค์

3. สงครามการค้ารอบใหม่ ความเสี่ยงใหญ่ของครึ่งปีหลัง

แม้ความขัดแย้งด้านพลังงานคลี่คลาย แต่ความเสี่ยงใหม่กำลังย้ายไปที่สงครามการค้า ต้องจับตาการใช้มาตรการ 301 ของสหรัฐฯ ที่เคยบังคับใช้กับจีน อาจกลับมากดดันประเทศคู่ค้าและสร้างความผันผวนต่อบรรยากาศการค้าโลกอีกครั้ง อาจกระทบการส่งออกของไทยระยะต่อไป ต้องติดตามผลดี-ผลเสียอีกครั้ง   

4. ค่าบาทแข็งค่าที่ 33.10 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

GDP ของประเทศไทยในปี 69 มีโอกาสโตได้ 2% ปัจจัยสำคัญ มาจากการลงทุนภาคเอกชน ไม่ได้มาจากการบริโภคอีกต่อไป และจะเห็นการลงทุนภาคเอกชนโตได้ดีกว่า GDP พร้อมประเมินว่า ค่าเงินบาทมีโอกาสกลับมาแข็งค่าที่ประมาณ 33.10 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ช่วงไตรมาส 3/69 จากเงินทุนไหลเข้า และแนวโน้มดอกเบี้ยสหรัฐฯ ทรงตัว

5. รัฐบาลเร่งนโยบายสร้างความเชื่อมั่น 

รัฐบาลจะหาทางสร้างความเชื่อมั่น หารายได้ ลดการขาดดุลงบประมาณ มีวินัยการคลัง และไม่น่าชนเพดานหนึ้ที่ 70% ต่อ GDP ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า เพื่อรักษาเครดิตของประเทศ อีกทั้งหวัง ว่ารัฐบาลจะเน้นการลงทุน ภาครัฐร่วมกับเอกชน หรือการลงทุนใหม่ จะช่วยสร้างงานสร้างรายได้ เกิดการลงทุนระยะยาวกับประเทศ มากกว่ามาตรการแจกเงินระยะสั้น เพราะจากข้อมูลที่ผ่านมา หลังมาตรการจบ การบริโภคมักกลับมาทรุดตัว จึงอยากเห็นตัวขับเคลื่อนหลักที่มาจากมาตรการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้ประชาชน

นายอมรเทพ กล่าวว่า แม้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยไตรมาส 3/69 เริ่มดีขึ้น แต่การบริโภคภาคเอกชนยังคงทรงตัว รายได้โตช้า ขณะที่ค่าครองชีพยังสูง มาตรการภาครัฐไตรมาส 3/69 น่าจะเป็นตัวประคองสถานการณ์ น่าจะเป็นผลดีต่อกลุ่มอาหาร เครื่องดื่มของใช้ทั่วไป แต่ของใช้ขนาดใหญ่ เครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์ เสี่ยงชะลออยู่ เพราะรายได้ของคนไม่ได้โตมาก ขณะที่ความเชื่อมั่นดูไม่ค่อยดีนัก 

การลงทุนเอกชนยังไม่นิ่ง แม้ FDI จะเข้าไทยในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และ Data Center แต่ยังไม่ได้มีการกระจายตัวไปยังอุตสาหกรรมอื่น ๆ จึงยังไม่เกิดการทวีคูณทางเศรษฐกิจที่เร่งมากนัก ตัวภาคก่อสร้างยังทรุดตัว รายได้คนกลุ่มนี้ไม่ได้เพิ่มขึ้นมาก ด้านภาคการส่งออกเป็นบวก และสนับสนุนภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรมโดยรวม แต่เนื่องจากในหลายอุตสาหกรรมมีสัดส่วนนำเข้าค่อนข้างสูง จึงยังไม่เห็นการส่งออกสุทธิที่เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ 

ด้านนโยบายการเงินพร้อมผ่อนคลายต่อเนื่อง ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงก่อนหน้า ธปท.มองเป็นปัญหาด้านอุปทาน ไม่ใช่ด้านอุปสงค์ เพราะฉะนั้นไม่จำเป็นต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ หากราคาน้ำมันปรับตัวลดลง เงินเฟ้อก็มีโอกาสย่อลงได้ ดังนั้นมองว่าโอกาสที่ ธปท.จะคงดอกเบี้ย 1% ตลอดทั้งปี เป็นไปได้สูง

ส่วนค่าเงินบาทที่อ่อนค่าราว 33-34 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ช่วงที่ผ่านมา น่าจะเป็นผลกระทบระยะสั้นจากราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นสูง และการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ย แต่สำนักวิจัยฯ มองว่า ไตรมาส 3/69 โอกาสที่ค่าเงินบาทจะพลิกกลับมาแข็งค่าที่ 33.10 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ตลอดทั้งปีมีโอกาสเป็นไปได้ มีเงินไหลเข้า และการคาดการณ์ว่าสหรัฐฯ จะยังไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ยตอนนี้

“เศรษฐกิจไทย จะเผชิญความเสี่ยงเติบโตระดับ 2-2.5% แบบนี้ไปอีก 3-5 ปี มีโอกาสน้อยมากที่จะกลับมาโตได้เหนือ 3% ยกเว้นจะมีการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจที่ชัดเจนมากกว่านี้ ซึ่งตรงนี้ จะเป็นปัญหาสำหรับเศรษฐกิจไทย ที่ยังโตต่ำในระยะยาวหากไม่ได้รับการแก้ไข” นายอมรเทพ กล่าว 

สำหรับเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2/69 ที่ผ่านมา คาดว่า GDP ขยายตัว 1.8% YoY แม้เป็นบวก แต่หดตัว 0.5% (เทียบไตรมาสก่อนหน้า หลังปรับฤดูกาล) จากเหตุการณ์พิเศษ คือ สงครามอิหร่าน และคงไม่เกิดการถดถอยทางเทคนิคติดลบต่อเนื่องไปถึงไตรมาส 3/69 สำหรับไตรมาส 2/69 ราคาน้ำมันพุ่งสูงทะลุ 100 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ทำให้เกิดการนำเข้าค่อนข้างมาก เศรษฐกิจไทยขาดดุลบัญชีเดินสะพัดช่วงที่ผ่านมา การบริโภคชะลอจากราคาน้ำมันค่อนข้างสูง ค่าครองชีพเพิ่มขึ้น

แม้ว่าจะมีมาตรการภาครัฐมากระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายไตรมาส 2/69 แต่ไม่เพียงพอ การบริโภคภาคเอกชนยังเป็นบวก ไม่ได้ทรุดตัว แต่ตัวที่กระทบแรงเป็นด้านการลงทุนเอกชน ทรุดตัวจากต้นทุนสูง อีกทั้งถูกกดดันจากความเชื่อมั่นที่ลดลงค่อนข้างแรง

โดย จีรายุทธ จันทรงสกุล/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์

ข่าวล่าสุด