“เอกนิติ” พาบอร์ด BOI พบ ADI ตั้งฐานออกแบบ-ทดสอบชิประดับโลก ขยายจ้างงานในไทย 2,500 คน

“เอกนิติ” นำคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนเยี่ยมชมและหารือบริษัท อนาล็อก ดีไวเซส (ประเทศไทย) หรือ ADI ยักษ์ใหญ่เซมิคอนดักเตอร์จากสหรัฐอเมริกา ณ นิคมฯ อมตะซิตี้ จังหวัดชลบุรี ชูโรงงานใหม่มูลค่ากว่า 19,000 ล้านบาท ตั้งเป้ารับรองมาตรฐานอาคารสีเขียว LEED ระดับ Platinum เป็นแห่งแรกในเครือข่ายการผลิตทั่วโลกของ ADI พร้อมขยายการจ้างงานบุคลากรไทย 2,500 คน ตอกย้ำศักยภาพของไทยในการเป็นฐานออกแบบและทดสอบเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูงของภูมิภาค

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 12 ก.ค.69 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ในฐานะประธานกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ได้นำคณะกรรมการฯ และผู้บริหารบีโอไอ ลงพื้นที่เยี่ยมชมโรงงานแห่งใหม่ของบริษัท อนาล็อก ดีไวเซส (ประเทศไทย) หรือ ADI ณ นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จ.ชลบุรี เพื่อติดตามความคืบหน้าการลงทุนและหารือทิศทางอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์โลก ซึ่งการลงทุนของ ADI นับเป็นตัวอย่างของอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง และเป็นหัวใจสำคัญของ “คลื่นการลงทุนลูกที่ 3” ที่กำลังเข้าสู่ประเทศไทย

บริษัท ADI เป็นผู้นำตลาดชิปเฉพาะทาง ที่ใช้สำหรับการแปลงสัญญาณอนาล็อกเป็นดิจิทัล ระบบเซ็นเซอร์ และโซลูชันด้านการประมวลผลสัญญาณดิจิทัลสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ โทรคมนาคม อากาศยาน ดิจิทัล พลังงาน และการแพทย์ สำหรับการลงทุนในประเทศไทย บริษัท ADI ได้เริ่มต้นจากการควบรวมกิจการกับบริษัท แม็กซิม อินทริเกรดเต็ด โปรดักส์ เมื่อปี 2564 และได้ตัดสินใจขยายการลงทุนครั้งใหญ่ในส่วนต้นน้ำของเซมิคอนดักเตอร์ มูลค่าการลงทุนรวมกว่า 19,000 ล้านบาท

การขยายการลงทุนครั้งนี้ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของบริษัท ADI ในการยกระดับฐานลงทุนในประเทศไทย ให้มีบทบาทสำคัญในระดับโลก โดยครอบคลุมกิจกรรมสำคัญทั้งการจัดตั้งศูนย์ออกแบบชิป (IC & PCB Design) การขยายกำลังการผลิตของศูนย์ทดสอบแผ่นเวเฟอร์และวงจรรวม (Wafer & IC Testing) การสร้างห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ และทดสอบผลิตภัณฑ์ (Failure Analysis & Reliability Lab) ตลอดจนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง

โดยในปี 2568 ADI มีการส่งออกผลิตภัณฑ์จากประเทศไทยกว่า 98,000 ล้านบาท และคาดการณ์ว่าการส่งออก จะขยายตัวถึงกว่า 130,000 ล้านบาทในปีนี้

ปัจจุบัน ADI มีการจ้างงานบุคลากรไทยแล้วกว่า 1,300 คน ในจำนวนนี้เป็นนักวิจัยและวิศวกรไทยกว่า 450 คน และมีแผนขยายกำลังคนเพิ่มเป็น 2,500 คนในอนาคตอันใกล้ โดยจะเพิ่มวิศวกรอีก 500 คน และช่างเทคนิค 500 คน ซึ่ง ADI แตกต่างจากบริษัทชั้นนำอื่น ๆ ในประเทศไทย คือ ทีมผู้บริหารระดับสูงเป็นคนไทยทั้งหมด นำโดย นายวิรัตน์ ศรีอมรกิจกุล กรรมการผู้จัดการบริษัทฯ และยังเป็นนายกสมาคมการค้าอุตสาหกรรมไทยเซมิคอนดักเตอร์ด้วย สะท้อนความเชื่อมั่นของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกต่อศักยภาพของบุคลากรไทย ทั้งในด้านวิศวกรรม การวิจัยและพัฒนา ตลอดจนการบริหารจัดการองค์กรเทคโนโลยีขั้นสูง

ADI ให้ความสำคัญสูงสุดกับเรื่อง “บุคลากร” โดยได้สร้างหลักสูตร Semiconductor Engineering พร้อมสร้างห้อง Lab ให้กับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และร่วมมือกับสถาบันการศึกษากว่า 10 แห่งทั่วประเทศ ผ่านโครงการสหกิจศึกษา โดยนักศึกษาฝึกงานได้รับค่าตอบแทนพร้อมสวัสดิการ และมีอัตราการบรรจุเป็นพนักงานประจำเพิ่มขึ้นจาก 10% ในปี 2566 เป็น 53% ในปี 2569 สะท้อนเส้นทางอาชีพที่ชัดเจนสำหรับคนรุ่นใหม่ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์

“การที่ผู้นำเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลกอย่าง ADI ตัดสินใจขยายการลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่อง และยังเน้นพัฒนาบุคลากรด้านเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง พร้อมตั้งศูนย์ออกแบบและทดสอบชิปขนาดใหญ่ เป็นบทพิสูจน์ว่าประเทศไทย ไม่ได้เป็นเพียงฐานการผลิตมูลค่าเพิ่มต่ำ แต่กำลังก้าวขึ้นเป็นฐานออกแบบและทดสอบเทคโนโลยีขั้นสูงของภูมิภาค ยกระดับบทบาทของไทยในห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์จากกลางน้ำ และปลายน้ำ ขึ้นสู่ต้นน้ำที่มีมูลค่าสูงสุด บีโอไอจะเดินหน้าสนับสนุนอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์อย่างเต็มที่ เพื่อผลักดันเป้าหมาย ‘ชิปเมดอินไทยแลนด์’ ให้เกิดขึ้นจริง” นายนฤตม์ กล่าว

โดย กษมาพร กิตติสัมพันธ์