เมื่อเวลา 14.16 น.
TOP พุ่งขึ้น 8.29% มาที่ 55.50 บาท เพิ่มขึ้น 4.25 บาท มูลค่าซื้อขาย 2,706.96 ล้านบาท
SPRC พุ่ง 7.69% มาที่ 8.80 บาท เพิ่มขึ้น 0.65 บาท มูลค่าซื้อขาย 526.15 ล้านบาท

ฝ่ายวิเคราะห์ บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุว่า ยูเครนยังคงใช้โดรนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซียอย่างต่อเนื่อง ทำให้โรงกลั่นต้องหยุดเดินเครื่องนอกแผนและกระทบกำลังการกลั่นในรัสเซียมากกว่า 20%
ส่งผลให้รัฐบาลรัสเซียประกาศสั่งห้ามส่งออกเชื้อเพลิงตั้งแต่เดือนก.ค.69 ตามรายงานของ Reuters เมื่อวันที่ 6
ก.ค.ที่ผ่านมา โดยอุปทานที่ตึงตัวมากขึ้นทำให้ crack spread ของน้ำมันดีเซลในเอเชียพุ่งขึ้นทะลุระดับ 50
เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลช่วงสัปดาห์ที่แล้ว หรือเพิ่มขึ้นจากประมาณ 40 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลในช่วงกลางเดือน
มิ.ย.69 และถึงแม้ว่าการที่จีนเพิ่มโควตาส่งออกอาจทำให้มีการส่งออกน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้น แต่คาดว่าอุปทานที่หายไปจากรัสเซียน่าจะยังมากกว่าปริมาณส่งออกที่เพิ่มขึ้นจากจีน ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวน่าจะหนุน crack spread ของน้ำมันดีเซลในช่วงสามเดือนข้างหน้า
ทั้งนี้ บมจ.ไทยออยล์ [TOP] เริ่มทยอยกระจายแหล่งจัดหาน้ำมันดิบออกไปนอกภูมิภาคตะวันออกกลางตั้งแต่เดือนเม.ย.69
เพื่อรับมือกับปัญหาการหยุดชะงักของอุปทานและความท้าทายด้านโลจิสติกส์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ
โดยข้อมูลของกระทรวงพลังงานแสดงให้เห็นว่า น้ำมันดิบจากตะวันออกกลางมีสัดส่วนประมาณ 90%
ของปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบของ TOP ในไตรมาส 1/69 แต่สัดส่วนดังกล่าวลดลงเหลือเพียง 35%
ในเดือนพ.ค.69 หลังจากบริษัทหันไปซื้อน้ำมันดิบจากสหรัฐฯ อเมริกาใต้ และแอฟริกาตะวันตกมากขึ้น
ซึ่งเกรดของน้ำมันดิบเหล่านี้ทำให้มีราคาสูงกว่า Brent อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าต้นทุนน้ำมันดิบของ TOP
ในไตรมาส 2/69 น่าจะยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ ถึงแม้จะมีการซื้อน้ำมันดิบจากแหล่งอื่น
เพราะบริษัทยังมีสต็อกต้นทุนต่ำจากการจัดซื้อรอบที่แล้ว
ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI จึงประมาณการว่า TOP จะยังคงมีค่าการกลั่นตลาดสูงที่ประมาณ 19-20
เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลในไตรมาส 2/69 ขณะที่ในไตรมาสถัดไป crude premium ที่อยู่ในระดับสูงในเดือนพ.ค.-
มิ.ย.69 จะกดดันเศรษฐศาสตร์การกลั่นน้ำมัน (refining economics) ในไตรมาส 3/69
ซึ่งอาจส่งผลให้ค่าการกลั่นลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 5-6 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล
แต่เห็นแนวโน้มที่ค่าการกลั่นจะฟื้นตัวในไตรมาส 4/69 เมื่อ crude premium ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ฝ่ายวิเคราะห์ฯ ปรับประมาณการ EPS ในปี 69-71 ขึ้น 3.9%-15.2%
หลังปรับเพิ่มสมมติฐานค่าการกลั่นตลาดเป็น 12.3 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลในปี 69, 8.6 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลในปี
70 และ 9.6 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลในปี 71 และเนื่องจากประมาณการ EBITDA เพิ่มสูงขึ้น
จึงปรับราคาเป้าหมายของ TOP ขึ้นเป็น 59.5 บาท จาก 51.00 บาท ซึ่งเท่ากับ EV/EBITDA 7.75x ในปี 70
(เทียบกับค่าเฉลี่ยของโรงกลั่นในเอเชียที่ 6-8 เท่า) ขณะที่ปรับเพิ่มคำแนะนำของ TOP จาก “ถือ” เป็น “ซื้อ”
สะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้ม GRM แม้ว่า GRM อาจลดลงในไตรมาส 3/69 จาก crude premium
ที่อยู่ในระดับสูง
โดยการหยุดชะงักของอุปทานในรัสเซีย บวกกับกำลังการกลั่นทั่วโลกอาจเพิ่มขึ้นช้ากว่าคาดในปี 70-72
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการเพิ่มสัดส่วนการจัดหาน้ำมันจากแหล่งอื่นนอกภูมิภาคตะวันออกกลาง น่าจะทำให้ TOP
สามารถรับมือกับความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมันดิบจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ
และอิหร่านได้ดีกว่าช่วงที่ความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้นในเดือนมี.ค.69 ทั้งนี้ ปัจจัยบวกที่จะช่วยหนุนราคาหุ้นคือ crack
spread ที่สูงกว่าคาดของน้ำมันดีเซล ส่วน downside risk คือการที่บริษัทมีขาดทุนจากสต็อกน้ำมันสูงกว่าคาด





