
รัฐสภาญี่ปุ่นผ่านกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อกำหนดให้คริปโทเคอร์เรนซีมีสถานะเป็น “สินทรัพย์ทางการเงิน” ซึ่งจะทำให้คริปโทฯ อยู่ภายใต้การกำกับดูแลเช่นเดียวกับหุ้นและหลักทรัพย์ประเภทอื่น ๆ โดยความเคลื่อนไหวครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภค ท่ามกลางความต้องการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สำนักข่าวเอ็นเอชเค (NHK) รายงานในวันนี้ (15 ก.ค.) ว่า สภาที่ปรึกษา หรือสภาสูงของญี่ปุ่น รับรองร่างกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่องมือทางการเงินและการแลกเปลี่ยนเงินตรา ซึ่งจะส่งผลให้คริปโทเคอร์เรนซีถูกควบคุมภายใต้กรอบกฎหมายเดียวกับหุ้นและหลักทรัพย์อื่น ๆ จากเดิมที่สินทรัพย์ดิจิทัลถูกควบคุมดูแลในฐานะ “วิธีการชำระเงิน” ภายใต้กฎหมายบริการการชำระเงิน (Payment Services Act)
รายงานระบุด้วยว่า แนวทางการกำกับดูแลรูปแบบใหม่นี้คาดว่าจะเริ่มมีผลบังคับใช้ภายใน 1 ปี
ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนสถานะเป็นสินทรัพย์ทางการเงินในครั้งนี้ จะทำให้ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีต้องอยู่ภายใต้กฎระเบียบที่เข้มงวดมากขึ้น โดยครอบคลุมไปถึงการควบคุมการซื้อขายโดยใช้ข้อมูลภายใน (Insider Trading) และการเพิ่มบทลงโทษขั้นรุนแรงสำหรับผู้ประกอบการที่ลักลอบเปิดกระดานซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้ขึ้นทะเบียน
ภายใต้ข้อกำหนดใหม่ บทลงโทษสูงสุดสำหรับผู้ให้บริการซื้อขายคริปโตฯ ที่ไม่มีใบอนุญาต จะเพิ่มขึ้นเป็นจำคุกสูงสุด 10 ปี และปรับไม่เกิน 10 ล้านเยน จากเดิมที่มีโทษจำคุกสูงสุด 3 ปี และปรับไม่เกิน 3 ล้านเยน
ปัจจุบัน จำนวนบัญชีผู้ใช้งานบนกระดานเทรดคริปโทเคอร์เรนซีในญี่ปุ่นยังคงเติบโตอย่างมั่นคง และบรรดาผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมต่างกำลังเตรียมความพร้อมเพื่อขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มนักลงทุนชาวญี่ปุ่นในวงกว้างมากขึ้น
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/ปนัยดา ปัทมโกวิท





