ราคาน้ำมันโลกดีดตัว หลังสหรัฐประกาศโจมตีอิหร่านครั้งใหม่

ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกดีดตัวขึ้นในวันนี้ หลังสหรัฐประกาศการโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ ทำให้นักลงทุนเกิดความกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และอุปทานน้ำมันอาจหยุดชะงัก

ณ เวลา 19.15 น.ตามเวลาไทย ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) [WTI.X] ส่งมอบเดือนส.ค. บวก 0.34 ดอลลาร์ หรือ 0.43% สู่ระดับ 79.68 ดอลลาร์/บาร์เรล

ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ [BRENT.X] ส่งมอบเดือนก.ย. บวก 0.37 ดอลลาร์ หรือ 0.44% สู่ระดับ 85.10 ดอลลาร์/บาร์เรล

สำนักข่าว CNN รายงานว่า กองทัพสหรัฐเริ่มเปิดฉากโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ในวันนี้ (15 ก.ค.) โดยกองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) โพสต์ข้อความบน X ระบุว่า

“เมื่อเวลา 06.00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐในวันนี้ (หรือ 17.00 น.ตามเวลาไทย) กองกำลังของกองบัญชาการกลางสหรัฐได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีอิหร่านระลอกใหม่”

“การโจมตีดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อบั่นทอนขีดความสามารถของกองกำลังอิหร่านในการโจมตีเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ”

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้น ขณะที่สหรัฐกลับมาบังคับใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่านอีกครั้ง และเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเป็นคืนที่ 4 ติดต่อกัน โดยเมื่อคืนที่ผ่านมา กองทัพสหรัฐระบุว่าได้เสร็จสิ้นการโจมตีรอบล่าสุดเมื่อเวลา 22.00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐ โดยโจมตีเป้าหมายทางทหารหลายสิบแห่งใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เปิดเผยว่า สหรัฐจะโจมตีสะพานและโรงไฟฟ้าของอิหร่านในสัปดาห์หน้า หากรัฐบาลอิหร่านไม่กลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาอีกครั้ง

นายซอล คาโวนิช นักวิเคราะห์อาวุโสด้านพลังงานของบริษัท MST Marquee กล่าวว่า “ความตึงเครียดที่ยกระดับขึ้นแสดงให้เห็นว่า ความคาดหวังที่ว่าช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดอย่างรวดเร็วนั้นเป็นการประเมินที่เร็วเกินไป โดยการสู้รบที่ยังดำเนินอยู่และการที่สหรัฐกลับมาปิดล้อมอิหร่าน ทำให้ความขัดแย้งถูกยกระดับความรุนแรงอีกครั้ง”

“ราคาน้ำมันอาจกลับไปทดสอบระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หากการสู้รบยังคงมีความรุนแรงเช่นนี้ต่อไปอีกหลายสัปดาห์ หรืออาจพุ่งสูงกว่านั้น หากโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันในภูมิภาคตกเป็นเป้าหมายของการโจมตี”

โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ