ประธานเฟดนิวยอร์กเผยมีสัญญาณบ่งชี้เงินเฟ้อผ่านจุดสูงสุดแล้ว

นายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก กล่าวในวันนี้ว่า เขาเห็นสัญญาณหลายประการที่บ่งชี้ว่าเงินเฟ้อได้ผ่านจุดสูงสุดแล้ว ซึ่งจะเปิดทางให้เฟดคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย แม้ว่าตลาดจะยังคงคาดการณ์ว่าเฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าก็ตาม

ทั้งนี้ ในการกล่าวสุนทรพจน์ต่อผู้นำภาคธุรกิจ นายวิลเลียมส์ระบุเหตุผลที่ทำให้เขาเชื่อว่าแรงกดดันด้านราคาได้ผ่านจุดสูงสุดแล้ว

“มีเหตุผลที่น่าพอใจหลายประการที่ทำให้คาดว่าเงินเฟ้อได้ผ่านจุดสูงสุดแล้ว และจะปรับลดลงในหลายไตรมาสข้างหน้า” เขากล่าว และเสริมว่า “ผมคาดว่าอัตราเงินเฟ้อโดยรวมจะลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 3.25% ภายในสิ้นปีนี้ จากนั้นจะค่อย ๆ ลดลงสู่เป้าหมาย 2% ของเฟดในปี 2027 และแตะเป้าหมายดังกล่าวในปี 2028”

อัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นในปีนี้ หลังจากสหรัฐและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านในช่วงปลายเดือนก.พ. ส่งผลให้ราคาน้ำมันทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยนายวิลเลียมส์ระบุว่า สงครามดังกล่าว รวมทั้งผลกระทบจากการเรียกเก็บภาษีนำเข้า และการเร่งลงทุนด้านเทคโนโลยี เป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันเงินเฟ้อ

นายวิลเลียมส์ระบุว่า เขามองเห็นสัญญาณบ่งชี้ว่าปัจจัยเหล่านั้น รวมทั้งแรงกดดันด้านอื่น ๆ กำลังเริ่มคลี่คลายลง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เขามองว่าจะไม่มีแรงผลักดันเพิ่มเติมอย่างมีนัยสำคัญจากมาตรการภาษีนำเข้า เนื่องจากภาษีที่หมดอายุจะถูกแทนที่ด้วยมาตรการใหม่เท่านั้น ขณะเดียวกัน เขาระบุว่าการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน “น่าจะผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว และจะปรับตัวลงใกล้ระดับก่อนเกิดสงครามอิหร่าน”

นอกจากนี้ การลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่มีส่วนผลักดันเงินเฟ้อ แต่เขากล่าวว่า ความไม่สมดุลดังกล่าวจะค่อย ๆ ลดลงเมื่ออุปทานใหม่เข้าสู่ตลาดมากขึ้น

นายวิลเลียมส์ยังระบุว่า ตลาดแรงงานไม่ได้เป็นสาเหตุกดดันเงินเฟ้อ ขณะที่การคาดการณ์เงินเฟ้อของภาคธุรกิจและประชาชนยังคงอยู่ในระดับที่มั่นคง ซึ่งทำให้เฟดมีพื้นที่ในการดำเนินนโยบายการเงินมากขึ้น

“เศรษฐกิจยังคงขยายตัวอย่างแข็งแกร่งและสอดคล้องกับแนวโน้ม ขณะที่ตลาดแรงงานก็ยังแข็งแกร่งและมีเสถียรภาพ แต่ตราบใดที่เงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง สิ่งสำคัญคือเราต้องทำให้อัตราเงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมายระยะยาวที่ 2% อย่างยั่งยืน โดยจุดยืนนโยบายการเงินในปัจจุบันถือว่าเหมาะสมต่อการบรรลุเป้าหมายดังกล่าว”

อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงคาดการณ์ว่าเฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างเร็วที่สุดในเดือนก.ย. ขณะที่เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ในคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) ก็ยังคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ภายในสิ้นปีนี้

โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ