
สัญญาทองแดงตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวลงในวันพุธ (15 ก.ค.) ก่อนที่บีเอชพี กรุ๊ป (BHP Group) บริษัทเหมืองแร่รายใหญ่ระดับโลก จะเปิดเผยรายงานยอดผลิตทองแดงที่ลดลงในวันพฤหัสบดี (16 ก.ค.) พร้อมระบุว่าผลผลิตในปีหน้ามีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องจากปัญหาเกรดแร่ทองแดงที่ต่ำลง
สัญญาทองแดงตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.ย. ลดลง 3.70 เซนต์ หรือ -0.58% ปิดที่ 6.3410 ดอลลาร์/ปอนด์
ในรายงานยอดผลิตล่าสุดที่เปิดเผยในวันพฤหัสบดี บีเอชพีระบุว่า ผลผลิตทองแดงไตรมาสสิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย. อยู่ที่ 491,900 ตัน ลดลงจากระดับ 516,200 ตันในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งใกล้เคียงกับที่นักวิเคราะห์จาก Visible Alpha คาดการณ์ไว้ที่ 492,700 ตันเป็นส่วนใหญ่
บีเอชพียังประเมินว่า ผลผลิตทองแดงในปีหน้าอาจลดลงสูงสุดถึง 15.5% เนื่องจากเกรดแร่ที่คาดว่าจะลดลงที่เหมืองเอสคอนดิดา (Escondida)
ขณะเดียวกัน ยอดผลิตทองแดงของกลุ่มธุรกิจทองแดงเซาท์ออสเตรเลีย (Copper South Australia) ในไตรมาสล่าสุดยังได้รับผลกระทบจากสายพานลำเลียงใต้ดินที่เหมืองคาร์ราพาตีนา (Carrapateena) ชำรุดเสียหายกะทันหัน ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้เวลาซ่อมแซมและเปลี่ยนระบบใหม่นานถึง 8 สัปดาห์ และจะกระทบต่อยอดการผลิตในช่วงดังกล่าว
อย่างไรก็ดี บรรดาบริษัทเหมืองแร่รายใหญ่ต่างยังคงมุ่งเน้นการผลิตทองแดงเพื่อสร้างมูลค่าและการเติบโตในระยะยาว ท่ามกลางความต้องการใช้ที่พุ่งสูงขึ้นจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของการใช้พลังงานในศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ (AI Data Center) และการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กัลยาณี ชีวะพานิช





