
องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) เปิดเผยเมื่อวันพุธ (15 ก.ค.) ว่า ประเทศที่นำมาตรการภาษีนิติบุคคลขั้นต่ำระดับโลก (Global Minimum Tax) มาใช้ สามารถจัดเก็บรายได้จากภาษีนิติบุคคลเพิ่มขึ้น โดยไม่มีการสูญเสียการจ้างงานหรือการลงทุนตามมาแต่อย่างใด
OECD ประเมินว่า มาตรการดังกล่าวช่วยเพิ่มรายได้ให้รัฐบาลทั่วโลกราว 79,000-109,000 ล้านยูโร (90,000-124,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในปีแรกของการบังคับใช้ คิดเป็น 2.4%-3.4% ของรายรับภาษีเงินได้นิติบุคคลทั่วโลก โดยปัจจุบันมีมากกว่า 60 ประเทศและดินแดนที่นำกฎดังกล่าวมาใช้แล้ว และอีกหลายประเทศอยู่ระหว่างการเตรียมบังคับใช้
การศึกษาครั้งนี้อ้างอิงจากพฤติกรรมจริงของบริษัทหลังการบังคับใช้มาตรการในปี 2567 แตกต่างจากการประเมินของ OECD ในอดีตที่ใช้แบบจำลองทางเศรษฐศาสตร์ โดยวิเคราะห์ผลของมาตรการซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของความร่วมมือระหว่างประเทศในการปฏิรูประบบภาษีนิติบุคคล และลดแรงจูงใจในการโยกย้ายกำไรไปยังเขตอำนาจภาษีที่มีอัตราภาษีต่ำ
ภาษีนิติบุคคลขั้นต่ำระดับโลกถูกออกแบบมาเพื่อสกัดกั้นการแข่งกันลดอัตราภาษีนิติบุคคลจนต่ำที่สุดที่ดำเนินมานานหลายทศวรรษ โดยอนุญาตให้ประเทศต่าง ๆ สามารถจัดเก็บภาษีส่วนเพิ่มได้หากกำไรของบริษัทได้รับการจัดเก็บภาษีต่ำกว่า 15% ในพื้นที่อื่น ซึ่งจะช่วยลดผลประโยชน์จากการบันทึกบัญชีกำไรในเขตอำนาจภาษีที่มีอัตราภาษีต่ำ
มาตรการนี้ครอบคลุมบริษัทข้ามชาติที่มีรายได้ต่อปีมากกว่า 750 ล้านยูโร และมีเป้าหมายให้บริษัทเหล่านี้ต้องเสียภาษีในอัตราที่แท้จริงไม่น้อยกว่า 15% ไม่ว่าจะดำเนินธุรกิจอยู่ในประเทศใด
เพื่อประเมินผลของการปฏิรูป OECD ได้เปรียบเทียบบริษัทที่มีรายได้สูงกว่าและต่ำกว่าเกณฑ์ 750 ล้านยูโรเพียงเล็กน้อย และพบว่า บริษัทที่อยู่ภายใต้กฎดังกล่าวมีอัตราภาษีที่แท้จริงเพิ่มขึ้น ขณะที่มีหลักฐานเพียงเล็กน้อยว่ามาตรการนี้ส่งผลกระทบต่อการลงทุนหรือการจ้างงาน
อย่างไรก็ตาม รายได้ภาษีที่เพิ่มขึ้นยังต่ำกว่าที่ OECD เคยคาดการณ์ไว้ก่อนเริ่มบังคับใช้มาตรการ ซึ่งประเมินว่า การปฏิรูปครั้งนี้อาจช่วยเพิ่มรายได้จากภาษีนิติบุคคลทั่วโลกอีก 155,000-192,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี เนื่องจากการศึกษาครั้งนี้ครอบคลุมเฉพาะปีแรกของการบังคับใช้เท่านั้น
นอกจากนี้ เนื่องจากการศึกษาครั้งนี้ครอบคลุมเฉพาะปี 2567 จึงยังไม่สะท้อนถึงข้อตกลงที่รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ เจรจาในเวลาต่อมา ซึ่งกำหนดให้บริษัทข้ามชาติที่มีสำนักงานใหญ่ในสหรัฐฯ ได้รับการยกเว้นจากข้อกำหนดสำคัญบางประการของระบบนี้ ผ่านข้อตกลงคู่ขนาน (side-by-side arrangement) ที่ยอมรับให้สหรัฐฯ ใช้ระบบภาษีขั้นต่ำที่มีอยู่เดิมของตนเองแทน
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต





