
จีนประกาศบังคับใช้กฎระเบียบชุดใหม่ในวันพุธ (15 ก.ค.) เพื่อควบคุมและลดความเสี่ยงจากการที่ผู้ใช้งานเกิดภาวะพึ่งพิงทางอารมณ์กับบอต AI มากจนเกินไป ซึ่งนับเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดของรัฐบาลจีนในการกำกับดูแลอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
บริการเพื่อน AI (AI Companion) ถูกนำไปใช้งานอย่างแพร่หลายในภาคส่วนต่าง ๆ ตั้งแต่การบริการลูกค้า การสนับสนุนด้านสุขภาพจิต ไปจนถึงการดูแลเด็กและผู้สูงอายุ โดยความนิยมนี้เกิดจากการที่ AI สามารถจำลองบุคลิกภาพและการสนทนาได้คล้ายกับมนุษย์ อย่างไรก็ตาม ความกังวลเกี่ยวกับภาวะพึ่งพิงทางอารมณ์ รวมถึงความเสี่ยงด้านอื่น ๆ ได้ส่งผลให้เกิดกระแสเรียกร้องให้มีการควบคุมที่เข้มงวดขึ้น
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ข้อบังคับใหม่นี้กำหนดให้แพลตฟอร์มต่าง ๆ ต้องตรวจจับความเครียดทางอารมณ์ เข้าแทรกแซงในสถานการณ์วิกฤต จำกัดการใช้งานที่มากเกินไป ให้สิทธิ์ผู้ใช้งานในการควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเต็มที่ และป้องกันการนำข้อมูลของผู้ใช้ไปใช้ในทางมิชอบ
กฎระเบียบดังกล่าวให้คำนิยามบริการเพื่อน AI ว่า เป็นบริการที่มี “ปฏิสัมพันธ์ทางอารมณ์อย่างต่อเนื่อง” ผ่านทางข้อความ รูปภาพ และเสียงหรือวิดีโอ โดยไม่ครอบคลุมถึงแอปพลิเคชัน AI ที่เน้นการทำภารกิจเฉพาะด้าน เช่น การบริการลูกค้า การช่วยงานทั่วไป การศึกษา และการวิจัยทางวิทยาศาสตร์
ข้อมูลจากการวิจัยล่าสุดระบุว่า ตลาด AI ของจีนยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับแรงขับเคลื่อนจากการนำเทคโนโลยีนี้ไปปรับใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เป็นวงกว้าง ซึ่งคาดว่า มูลค่าตลาดจะทะลุ 1.2 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 1.77 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในปี 2568 และมีแนวโน้มที่จะเติบโตเป็นกว่า 1.8 ล้านล้านหยวนภายในปี 2571
โดย ปนัยดา ปัทมโกวิท/กัลยาณี ชีวะพานิช





