ภาวะตลาดหุ้นไทย: ปิดเช้าบวก 7.06 จุด กลุ่มแบงก์-ค้าปลีกนำ คลายกังวลแรงกดดันเฟด-ตอ.กลางไม่รุนแรง

SET ปิดเช้าที่ 1,637.27 จุด เพิ่มขึ้น 7.06 จุด (+0.43%) มูลค่าซื้อขายราว 43,896 ล้านบาท นักวิเคราะห์เผยตลาดหุ้นไทย (SET.X) เช้านี้ขึ้นมาได้ดีกว่าตลาดภูมิภาคที่เผขิญแรงขายทำกำไรกลุ่มเทคฯ และเซมิคอนดักเตอร์ โดยบ้านเรารับแรงหนุนกลุ่มแบงก์ ไฟแนนซ์ ค้าปลีก ขานรับตัวเลข PPI สหรัฐออกมาต่ำคาดเช่นเดียวกับ CPI ทำให้คลายกังวลเฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ย อีกทั้งสงครามสหรัฐ-อิหร่านน่าจะไม่รุนแรง ขณะที่ Fund Flow เข้าต่อเนื่อง YTD รวมกว่า 7 หมื่นล้านบาท แนวโน้มช่วงบ่ายคาดตลาดไปต่อได้ ให้แนวรับ 1,625 จุด แนวต้าน 1,650 จุด

ตลาดหุ้นไทย [SET.X] ปิดภาคเช้าที่ 1,637.27 จุด เพิ่มขึ้น 7.06 จุด (+0.43%) มูลค่าซื้อขายราว 43,896 ล้านบาท

การซื้อขายภาคเช้าดัชนีรีบาวด์แรง โดยทำจุดสูงสุด 1,639.65 จุด และจุดต่ำสุด 1,629.34 จุด

นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.พาย กล่าวว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นสวนทางตลาดภูมิภาคที่ปรับตัวลง โดยเฉพาะตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับลงไป 6-7% จากกลุ่มเทคโนโลยี เซมิคอนดักเตอร์โลกมีแรงขายทำกำไรออกมา โดยตลาดหุ้นไทยมีแรงซื้อกลุ่มแบงก์ กลุ่มค้าปลีก ไฟแนนซ์

ภาพรวมได้รับปัจจัยบวกจากตัวเลข PPI สหรัฐออกมาต่ำคาด เช่นเดียวกับตัวเลข CPI ที่ออกมาก่อนหน้านี้ก็ต่ำคาด ทำให้คลายกังวลการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) โดยตลาดปรับคาดการณ์ว่าเฟดน่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้ง จากเดิมคาดปรับขึ้น 2 ครั้ง

ส่วนสถานการณ์สงครามสหรัฐ-อิหร่านน่าจะไม่รุนแรง โดยราคาน้ำมันรอบนี้ไม่ได้ตอบรับสถานการณ์มากนัก

นายวทัญ กล่าว่วา ปัจจัยหลักที่ผลักดันตลาดหุ้นไทยน่าจะมาจากเม็ดเงินต่างชาติไหลเข้าต่อเนื่อง โดยตั้งแต่ต้นปี (YTD) มีแรงซื้อ 7 หมื่นล้านบาท แนวโน้มช่วงบ่ายคาดตลาดน่าจะไปต่อได้ แต่อาจผันผวนบ้างระหว่างทางหลังราคาปรับขึ้นมามาก

พร้อมให้แนวรับ 1,625 จุด แนวต้าน 1,650 จุด

ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์

หลักทรัพย์ล่าสุดเปลี่ยนแปลงมูลค่า AOM (‘000 บาท)
TOP60.00+3.50 (+6.19%)2,338,162.50
KBANK234.00+3.00 (+1.30%)2,251,933.20
GULF63.25-0.25 (-0.39%)2,117,085.53
PTTEP145.00+1.00 (+0.69%)1,813,489.40
BBL202.00+3.50 (+1.76%)1,737,883.30