
ภาวะตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT ในวันพฤหัสบดี (16 ก.ค.) สัญญาธัญพืชปิดลบทั้งกระดาน โดยสัญญาข้าวสาลีปรับตัวลงจากแรงขายทำกำไรและแรงขายทางเทคนิค อย่างไรก็ตาม ราคายังคงอยู่ในระดับสูง เนื่องจากความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนยังไม่มีสัญญาณคลี่คลาย ส่งผลให้ตลาดกังวลเกี่ยวกับการส่งออกจากประเทศผู้ส่งออกข้าวสาลีรายใหญ่ของโลก
- สัญญาข้าวโพดส่งมอบเดือนธ.ค. ปิดลดลง 5.50 เซนต์ หรือ -1.17% ปิดที่ 4.6400 ดอลลาร์/บุชเชล หยุดสถิติปรับตัวขึ้นติดต่อกัน 2 วันทำการ
- สัญญาข้าวสาลีส่งมอบเดือนก.ย. ปิดลดลง 2.75 เซนต์ หรือ -0.41% ปิดที่ 6.7475 ดอลลาร์/บุชเชล
- สัญญาถั่วเหลืองส่งมอบเดือนพ.ย. ปิดลดลง 6.75 เซนต์ หรือ -0.56% ปิดที่ 11.9500 ดอลลาร์/บุชเชล
สัญญาข้าวโพดปรับตัวลงจากแรงขายทำกำไร และตัวเลขยอดส่งออกข้าวโพดรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ ที่น่าผิดหวัง ส่วนแนวโน้มสภาพอากาศที่เอื้อต่อการเพาะปลูกมากขึ้นในแถบมิดเวสต์ของสหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้า กดดันทั้งราคาข้าวโพดและถั่วเหลือง นอกจากนี้ แรงขายทางเทคนิคถ่วงสัญญาถั่วเหลืองลงด้วย
แนวโน้มสภาพอากาศในพื้นที่เพาะปลูกแถบมิดเวสต์ของสหรัฐฯ มีความเสี่ยงลดลง หลังจากเผชิญสภาพอากาศร้อนจัดตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยนักลงทุนคาดว่าอุณหภูมิจะเย็นลงในสัปดาห์หน้า และมีโอกาสเกิดฝนเพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นผลดีต่อผลผลิตข้าวโพดและถั่วเหลือง
นอกจากนี้ การที่เกษตรกรทยอยขายผลผลิตออกสู่ตลาดก็เป็นอีกปัจจัยที่กดดันราคา
ก่อนหน้านี้ สัญญาข้าวสาลีพุ่งขึ้นถึง 5% ในวันพุธ จากความกังวลว่า การส่งออกธัญพืชผ่านทะเลดำอาจหยุดชะงัก ในช่วงที่อุปทานข้าวสาลีในยุโรปและอเมริกาเหนือมีแนวโน้มตึงตัว
ยูเครนและรัสเซียต่างเปิดฉากโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนต่อเรือในทะเลดำและทะเลอาซอฟเมื่อวันพฤหัสบดี ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งธัญพืชประมาณหนึ่งในสี่ของการส่งออกธัญพืชทั้งหมดของรัสเซีย ส่งผลให้ความตึงเครียดในพื้นที่ยุทธศาสตร์ด้านการส่งออกธัญพืชทวีความรุนแรงขึ้น
อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นของราคาข้าวสาลีเริ่มชะลอลงในวันพฤหัสบดี โดยสัญญาข้าวสาลีส่งมอบเดือนก.ย.ของ CBOT แตะระดับ 6.9825 ดอลลาร์สหรัฐต่อบุชเชลในช่วงต้นการซื้อขาย แต่ยังไม่สามารถทะลุระดับสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มมีการซื้อขายสัญญาดังกล่าวที่ 7.00 ดอลลาร์สหรัฐต่อบุชเชล ซึ่งทำไว้เมื่อวันที่ 14 พ.ค.
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช





