น้ำมัน WTI, BRENT พุ่งกว่า 1% หลังอิหร่านขู่โจมตีตอ.กลางหากทรัมป์ถล่มโครงสร้างพื้นฐาน

ราคาน้ำมันดีดตัวขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ (17 ก.ค.) หลังจากสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้น จากการที่อิหร่านประกาศกร้าวว่าจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง หากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ทำตามคำขู่ที่ว่าจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานหลักหลายแห่งของอิหร่าน

ราคาสัญญาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือนส.ค. พุ่งขึ้น 1.32% แตะที่ 80.09 ดอลลาร์/บาร์เรล

ราคาสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) [BRENT.X] ส่งมอบเดือนก.ย.พุ่งขึ้น 1.33% แตะที่ 85.35 ดอลลาร์/บาร์เรล

ปธน.ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์นิวส์ (Fox News) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (14 ก.ค.) ว่า กองกำลังสหรัฐฯ จะมุ่งเป้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่านในสัปดาห์หน้า เว้นแต่ว่าทั้งสองฝ่ายจะสามารถบรรลุข้อตกลงทางการทูตได้

ด้านโฆษกของกองบัญชาการทหารสูงสุดของอิหร่านได้ออกมาตอบโต้คำขู่ของทรัมป์ โดยโพสต์คำเตือนผ่านแพลตฟอร์มเทเลแกรม (Telegram) ในวันพฤหัสบดี (16 ก.ค.) ว่า หากทรัมป์ดำเนินการตามคำขู่ดังกล่าว โครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดในตะวันออกกลางจะต้องถูกบดขยี้

โมฮัมหมัด อักรามิเนีย โฆษกกองทัพอิหร่าน ยังกล่าวด้วยว่า สหรัฐฯ เข้าใจผิดหากเชื่อว่าการโจมตีฐานทัพบางแห่งบริเวณชายฝั่งทางตอนใต้ของอิหร่าน จะทำให้สามารถควบคุมช่องแคบฮอร์มุซได้ พร้อมย้ำว่า อิหร่านยังมีศักยภาพในการควบคุมช่องแคบยุทธศาสตร์แห่งนี้จากทุกพื้นที่ของประเทศ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการควบคุมพื้นที่ชายฝั่งหรือหมู่เกาะ

โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปรียพรรณ มีสุข