
ซันเจย์ มัลโฮตรา ผู้ว่าการธนาคารกลางอินเดีย (RBI) กล่าวว่า เงินเฟ้อของอินเดียยังคงอยู่ในระดับสูง โดยสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางและฤดูกาลมรสุมที่อ่อนกำลังลง ถือเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อเศรษฐกิจอินเดีย
มัลโฮตราให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ดูรดาร์ชานของรัฐบาลในวันนี้ (17 ก.ค.) ว่า แรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ มีสาเหตุส่วนใหญ่มาจากปัจจัยฝั่งอุปทาน โดยตัวเลขอย่างเป็นทางการที่เปิดเผยเมื่อต้นสัปดาห์นี้แสดงให้เห็นว่า เงินเฟ้อของอินเดียพุ่งทะลุเป้าหมายที่ระดับ 4% ของ RBI เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 1 ปีครึ่ง
ผู้ว่าการ RBI ยังกล่าวด้วยว่า ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจของอินเดียยังคงแข็งแกร่ง โดยมีอัตราการขยายตัวอยู่ในเกณฑ์ที่ดีแม้เผชิญกับความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ อย่างไรก็ดี เขากล่าวเสริมว่า ความท้าทายต่าง ๆ ที่มีต่อระบบเศรษฐกิจนั้นยังคงมีอยู่ และผู้กำหนดนโยบายจำเป็นต้องจับตาสถานการณ์ต่อไป
คณะกรรมการ RBI ได้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 5.25% นับตั้งแต่ต้นปีนี้ และไม่กี่สัปดาห์หลังจากเสร็จสิ้นการประชุมในเดือนมิถุนายน มัลโฮตราได้ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นของอินเดียว่า ยัง “เร็วเกินไป” ที่ RBI จะหารือเกี่ยวกับการคุมเข้มนโยบายทางการเงิน
อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่การแสดงความคิดเห็นในครั้งนั้น ราคาน้ำมันดีดตัวขึ้นเนื่องจากสหรัฐฯ และอิหร่านกลับมาเปิดฉากสู้รบกันอีกครั้ง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยอินเดียนำเข้าน้ำมันเกือบ 90% ของความต้องการใช้ในประเทศ ซึ่งเกือบครึ่งหนึ่งของจำนวนดังกล่าวถูกขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ก่อนที่ความตึงเครียดในตะวันออกกลางจะทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงปลายเดือนก.พ.
สำหรับการประชุมครั้งต่อไปของ RBI จะมีขึ้นในวันที่ 3-5 ส.ค. โดยที่ประชุมจะทำการทบทวนอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์





