“เอกนิติ” ย้ำบัตรคนจน เน้นช่วยผู้ลำบากสุดก่อน หลังผ่านเกณฑ์ 9.5 ล้านคน พร้อมเปิดทบทวนสิทธิถึง 31 ก.ค.

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยระหว่างการร่วมคณะกับนายกรัฐมนตรี ในการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ถึงประเด็นการพิจารณา และสรุปผลการตรวจสอบคุณสมบัติผู้มีสิทธิรับสวัสดิการแห่งรัฐ ประจำปี 2569 จากยอดผู้ลงทะเบียนทั้งสิ้น 18.82 ล้านราย ซึ่งผลการคัดกรอง พบว่ามีผู้ที่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติ 9.51 ล้านราย ในขณะที่มีผู้ไม่ผ่านเกณฑ์และถูกตัดสิทธิสูงถึง 9.31 ล้านราย ว่า สาเหตุที่ตัวเลขผู้ไม่ผ่านเกณฑ์มีจำนวนมาก เป็นผลมาจากการที่รัฐบาลได้ปรับปรุงระบบการคัดกรองอย่างจริงจัง และรัดกุมมากยิ่งขึ้น

โดยนำข้อมูลผู้ลงทะเบียน ไปตรวจสอบไขว้กับฐานข้อมูลต่าง ๆ ของหน่วยงานภาครัฐอย่างละเอียด เพื่อให้ผู้ที่มีสิทธิร่วมโครงการฯ ต้องมีคุณสมบัติเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ เช่น ฐานข้อมูลการเสียภาษี การถือครองที่ดิน รายได้ และการถือครองรถยนต์ ซึ่งทำให้สามารถคัดกรองผู้ที่ไม่ได้มีฐานะยากจนจริงออกไปได้

“เจตนารมณ์ในการดำเนินนโยบายครั้งนี้ ที่เข้ามาสกรีนอย่างจริงจัง ก็เพื่อที่จะเอาคนจนจริง ๆ เข้ามาสู่ระบบ ผมพูดจากใจเลยว่า รัฐบาลอยากจะช่วยคนที่ลำบากจริง ๆ งบประมาณด้านสวัสดิการของรัฐบาลมีจำกัด จึงอยากให้บัตรใบนี้ เป็นของคนที่ไม่มีอะไรเลยจริง ๆ เช่น ผู้สูงอายุที่ป่วยติดเตียง และไม่มีรายได้ เพื่อให้ความช่วยเหลือลงไปถึงคนที่สมควรได้รับสวัสดิการและลำบากที่สุดอย่างแท้จริง” นายเอกนิติ กล่าว

รองนากรัฐมนตรี และรมว.คลัง กล่าวว่า ประชาชนสามารถเข้าไปตรวจสอบสิทธิของตนเองในระบบได้ ซึ่งหากพบว่าเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ ระบบจะแสดงรายละเอียดชี้แจงอย่างชัดเจนว่าถูกตัดสิทธิเนื่องจากไม่ผ่านเงื่อนไขในข้อใด เพื่อให้เกิดความโปร่งใส และตรวจสอบได้ และสามารถยื่นอุทธรณ์เพื่อขอทบทวนสิทธิได้ ตั้งแต่วันที่ 17-31 ก.ค.นี้

ทั้งนี้ คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ได้เริ่มประกาศผลการพิจารณาคุณสมบัติตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 พร้อมกันทั่วประเทศในวันนี้ (17 ก.ค.) ตั้งแต่เวลา 06.00 น. เป็นต้นไป ผ่านช่องทางหลัก 4 ช่องทาง ได้แก่

  • เว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th (หรือ https://welfare.mof.go.th)
  • แอปพลิเคชันเป๋าตัง
  • แอปพลิเคชันทางรัฐ
  • หน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง (ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร, ธนาคารออมสิน, ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย)

สำหรับผู้ไม่ผ่านคุณสมบัติตามโครงการฯ ปี 2569 สามารถยื่นขอทบทวนสิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 17 – 31 ก.ค.69 ผ่าน 4 ช่องทางหลักข้างต้น โดยเมื่อยื่นขอทบทวนสิทธิแล้ว จะต้องติดต่อหน่วยตรวจสอบคุณสมบัติ เพื่อแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องภายในวันที่ 16 ส.ค.69 และเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติอีกครั้ง โดยจะมีการประกาศผลการทบทวนสิทธิในวันที่ 21 ก.ย.69 ผ่าน 4 ช่องทางหลักข้างต้นเช่นเดิม และจะสามารถเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.69 เป็นต้นไป

ส่วนผู้ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติ ตามโครงการฯ ปี 2569 จะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้

  • ผู้มีบัตรฯ เดิม จะสามารถเริ่มใช้สิทธิตามโครงการฯ ปี 2569 ได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป
  • ผู้ผ่านคุณสมบัติใหม่ จะต้องยืนยันตัวตน (e – KYC) ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง หรือหน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่งข้างต้นก่อน จึงจะสามารถเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

โดย ฐานิสร์ ทองนอก/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์