
ดอลลาร์ปรับตัวแคบเทียบสกุลเงินหลักในวันนี้ แต่มีแนวโน้มร่วงลงในสัปดาห์นี้ หลังสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่ต่ำกว่าคาด ซึ่งช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ และมีความหวังว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะลดความเข้มงวดในการดำเนินนโยบายการเงิน
ณ เวลา 23.31 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลบ 0.03% สู่ระดับ 100.737 ขณะที่ดอลลาร์ขยับขึ้น 0.01% สู่ระดับ 1.144 เทียบยูโร และปรับตัวขึ้น 0.06% สู่ระดับ 162.47 เยน
ดัชนีดอลลาร์ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 1 เดือนเมื่อต้นสัปดาห์นี้ ขณะที่นักลงทุนลดคาดการณ์เกี่ยวกับโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระยะใกล้ อย่างไรก็ดี แรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยได้ช่วยพยุงค่าเงินดอลลาร์ไว้
นายดีเรก ฮาลเพนนี นักกลยุทธ์อาวุโสด้านตลาดเงินของ MUFG กล่าวว่า “ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้นักลงทุนไม่ต้องการเทขายดอลลาร์”
เขากล่าวเสริมว่า “ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่ประกาศเมื่อวานนี้ก็มีส่วนช่วยลดแรงขายเงินดอลลาร์เช่นกัน”
นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่า เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้ หลังจากสหรัฐเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อชะลอตัวลงในเดือนมิ.ย.
อย่างไรก็ตาม ผู้กำหนดนโยบายของเฟดยังคงมีท่าทีระมัดระวัง และไม่ต้องการให้น้ำหนักกับข้อมูลที่ดีขึ้นเพียงเดือนเดียวมากเกินไป หลังจากก่อนหน้านี้เงินเฟ้อดีดตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลาหลายเดือน
FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักเพียง 11% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ค. ลดลงจากระดับ 25% ที่ตลาดประเมินไว้เมื่อสัปดาห์ก่อน
ขณะเดียวกัน นักลงทุนให้น้ำหนักราว 73% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค.
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ





