สหรัฐฯ ยุติต่ออายุภาวะฉุกเฉินฮ่องกง จีนรับเป็นสัญญาณบวก

สหรัฐฯ ตัดสินใจไม่ต่ออายุการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่ใช้เพื่อตอบโต้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติของฮ่องกงที่จีนประกาศใช้ โดยเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยืนยันเรื่องดังกล่าวเมื่อวันศุกร์ (17 ก.ค.) อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะฟื้นสถานะสิทธิพิเศษทางการค้าให้แก่ฮ่องกงหรือไม่ หลังสิทธิดังกล่าวถูกยกเลิกไปพร้อมกับการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเมื่อเดือนก.ค. 2563

กระทรวงพาณิชย์จีนระบุว่า สหรัฐฯ ได้แจ้งต่อรัฐบาลจีนอย่างเป็นทางการเมื่อไม่นานมานี้ว่า คำสั่งประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวจะสิ้นสุดลง พร้อมระบุว่าการตัดสินใจครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการปฏิบัติตามฉันทามติที่ทั้งสองฝ่ายได้บรรลุร่วมกันระหว่างการเจรจาด้านเศรษฐกิจและการค้า

อย่างไรก็ตาม โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ชี้แจงว่า แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะปล่อยให้การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินสิ้นสุดลง แต่คำสั่งฝ่ายบริหารที่ออกไว้ก่อนหน้านี้ยังคงมีผลบังคับใช้ในส่วนอื่น พร้อมระบุว่า ภายใต้กฎหมายและบทบัญญัติของสหรัฐฯ ฮ่องกงยังไม่มีความเป็นอิสระจากสาธารณรัฐประชาชนจีนมากเพียงพอที่จะได้รับการปฏิบัติแตกต่างจากจีน

ด้านโฆษกกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่า จากบุคคล 48 รายที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการภายใต้การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ยังมี 39 รายที่คงถูกคว่ำบาตรภายใต้กฎหมายอีกฉบับหนึ่ง พร้อมระบุว่า การไม่ต่ออายุประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินครั้งนี้สอดคล้องกับการปรับปรุงมาตรการคว่ำบาตรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และหลีกเลี่ยงการใช้มาตรการที่ซ้ำซ้อน

ย้อนกลับไปในปี 2563 ระหว่างการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรก ทรัมป์ได้เพิกถอนสถานะสิทธิพิเศษทางการค้าของฮ่องกง เพื่อตอบโต้การที่รัฐบาลจีนเพิ่มการควบคุมฮ่องกง พร้อมประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและออกคำสั่งฝ่ายบริหาร โดยระบุว่าการกระทำของจีนที่บ่อนทำลายการปกครองตนเองของฮ่องกงก่อให้เกิดภัยคุกคามที่ผิดปกติและร้ายแรงต่อความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ ทั้งนี้ ทำเนียบขาวได้ต่ออายุคำสั่งดังกล่าวทุกปีจนถึงปีนี้

ก่อนหน้านี้ ฮ่องกงเคยได้รับสถานะทางเศรษฐกิจพิเศษจากสหรัฐฯ และได้รับสิทธิพิเศษในหลายด้าน เช่น มาตรการควบคุมการส่งออกสินค้า หลังอังกฤษส่งมอบฮ่องกงคืนให้จีนเมื่อปี 2540 ฮ่องกงยังคงมีอำนาจปกครองตนเองในระดับสูง

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจีนได้เดินหน้าบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติในฮ่องกง แม้ถูกนานาชาติเตือน โดยกฎหมายดังกล่าวกำหนดให้การบ่อนทำลายอำนาจรัฐและความผิดอื่น ๆ เป็นความผิดทางอาญา ส่งผลกระทบต่อบรรยากาศของศูนย์กลางการเงินแห่งนี้ การบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวมีขึ้นหลังจากฮ่องกงเผชิญการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยครั้งใหญ่ ซึ่งบางช่วงมีเหตุรุนแรงและสร้างความเสียหาย

โฆษกรัฐบาลฮ่องกงระบุว่า รัฐบาลรับทราบการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกของนโยบายสหรัฐฯ และหวังว่าจะสามารถกลับมาดำเนินความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจและการค้าระหว่างทั้งสองฝ่ายได้ตามปกติอีกครั้ง

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช