“สรรเพชญ” ดันท่าเรือระนองเชื่อมชุมพร เร่งแก้ Missing Link สู่โลจิสติกส์ครบวงจร

นายสรรเพชญ บุญญามณี รมช.คมนาคม กล่าวถึงกรณีที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ระบุว่า รัฐบาลจะเร่งพัฒนาท่าเรือน้ำลึกฝั่งตะวันตกที่จังหวัดระนอง เชื่อมโยงจังหวัดชุมพร พร้อมแก้ไขจุดที่โครงสร้างพื้นฐานยังไม่เชื่อมต่อ หรือ Missing Link ทั้งระบบรางและทางถนน ควบคู่กับการศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์

โดยมองว่า แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับการดำเนินงานของกระทรวงคมนาคม ซึ่งได้เริ่มขับเคลื่อนการพัฒนาท่าเรือระนองอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว ภายหลังได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของท่าเรือระนอง เมื่อเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา และได้ประชุมร่วมกับผู้บริหารจังหวัดระนอง ผู้บริหารการท่าเรือแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ประกอบการ ภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่

จากการหารือ ทุกฝ่ายมีความเห็นตรงกันว่า ท่าเรือระนองมีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นประตูการค้าฝั่งอันดามัน เชื่อมโยงประเทศไทยกับอินเดีย บังกลาเทศ ศรีลังกา กลุ่มประเทศ BIMSTEC รวมถึงภูมิภาคตะวันออกกลาง แอฟริกา และยุโรป แต่การพัฒนาจะต้องดำเนินการทั้งระบบ ตั้งแต่ภายในท่าเรือ พื้นที่หลังท่า ร่องน้ำเดินเรือ ตลอดจนโครงข่ายถนน และระบบรางที่เชื่อมต่อเข้าสู่ท่าเรือ

“นายกรัฐมนตรี ได้วางทิศทางไว้อย่างชัดเจนว่า ต้องเร่งทำให้โครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่สามารถเชื่อมต่อกัน และใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ท่าเรือระนอง มีทำเลที่ได้เปรียบและมีโอกาสทางการค้า แต่เราต้องทำให้เรือเข้าได้สะดวก ขนถ่ายสินค้าได้รวดเร็ว มีพื้นที่รองรับเพียงพอ และมีถนนกับระบบรางเชื่อมถึงท่าเรืออย่างสมบูรณ์” นายสรรเพชญ กล่าว

สำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพภายในท่าเรือ การท่าเรือแห่งประเทศไทย อยู่ระหว่างดำเนินการจัดหาเครนยกสินค้าเพิ่มเติม ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการลดระยะเวลาการขนถ่ายสินค้า เพิ่มจำนวนรอบการให้บริการ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับสายเรือ และผู้ประกอบการ โดยแผนพัฒนาท่าเรือระนอง ยังครอบคลุมการปรับปรุงท่าเทียบเรืออเนกประสงค์ และท่าเทียบเรือตู้สินค้า การติดตั้งเครนสำหรับยกขนสินค้า รวมถึงการพัฒนาลานวางตู้สินค้า และสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็น

ขณะเดียวกัน จะเร่งจัดระเบียบและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พื้นที่หลังท่า เพื่อรองรับลานวางตู้สินค้า คลังสินค้า จุดพักรถบรรทุก เขตปลอดอากร และกิจกรรมด้านโลจิสติกส์ เนื่องจากพื้นที่หลังท่า ถือเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้การรับ ส่ง พัก และกระจายสินค้าเป็นไปอย่างคล่องตัว ไม่เกิดปัญหาสินค้าตกค้างหรือรถบรรทุกสะสมบริเวณหน้าท่า

ในส่วนของร่องน้ำเดินเรือเข้าสู่ท่าเรือระนอง ซึ่งมีระยะทางประมาณ 28 กิโลเมตร จะประสานกรมเจ้าท่า และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนขุดลอกและบำรุงรักษาร่องน้ำให้มีความลึกอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เรือสินค้าเข้า-ออกได้สะดวก ปลอดภัย และลดข้อจำกัดในการให้บริการเรือขนาดใหญ่

นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคม จะเร่งพิจารณาการปรับปรุงและขยายทางหลวงหมายเลข 4 ช่วงชุมพร–ระนอง รวมทั้งการพัฒนาทางเลี่ยงเมืองระนอง และทางเลี่ยงเมืองชุมพร เพื่อแก้ไขจุดคอขวด ลดระยะเวลาการเดินทางของรถบรรทุก และเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าระหว่างท่าเรือกับพื้นที่เศรษฐกิจ

รมช.คมนาคม กล่าวเพิ่มเติมว่า Missing Link ที่สำคัญอีกส่วนหนึ่ง คือ ระบบราง เนื่องจากปัจจุบันการขนส่งสินค้าทางรถไฟมาสิ้นสุดที่สถานีรถไฟสะพลี จังหวัดชุมพร ก่อนเปลี่ยนถ่ายขึ้นรถบรรทุก และเดินทางต่อไปยังท่าเรือระนองอีกประมาณ 110 กิโลเมตร จึงเห็นควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งศึกษาแนวทางขยายเส้นทางรถไฟจากอำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร เชื่อมต่อมายังท่าเรือระนองโดยตรง

การเชื่อมระบบรางเข้าสู่ท่าเรือ จะช่วยลดขั้นตอนการเปลี่ยนถ่ายสินค้า ลดต้นทุน และระยะเวลาการขนส่ง ลดจำนวนรถบรรทุกบนท้องถนน และทำให้สินค้าจากภาคกลาง ภาคตะวันออก และพื้นที่ต่าง ๆ ของภาคใต้ สามารถเชื่อมต่อออกสู่มหาสมุทรอินเดียได้อย่างรวดเร็วและไร้รอยต่อ

“การพัฒนาท่าเรือระนอง ต้องเดินไปพร้อมกันทั้งร่องน้ำ ท่าเทียบเรือ เครนยกสินค้า พื้นที่หลังท่า ถนน และระบบราง เมื่อทุกส่วนเชื่อมถึงกัน ท่าเรือระนองจะสามารถทำหน้าที่เป็นประตูการค้าฝั่งอันดามันได้อย่างเต็มศักยภาพ กระทรวงคมนาคม พร้อมรับนโยบายของนายกรัฐมนตรี และจะเร่งประสานทุกหน่วยงาน ให้การดำเนินงานเกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและยกระดับระบบโลจิสติกส์ของประเทศในระยะยาว” นายสรรเพชญ กล่าว

โดย เสาวลักษณ์ อวยพร/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์

ข่าวล่าสุด