ภาวะตลาดเงินบาท: เปิด33.68 อ่อนค่ารับดอลลาร์แข็งค่า-ราคาทองร่วง จับตาสถานการณ์ตอ.กลาง-ส่งออกไทย

ค่าเงินบาท [USDTHB.X] เปิดเช้านี้ที่ระดับ 33.68 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อย จากปิดสัปดาห์ก่อนที่ระดับ 33.63 บาท/ดอลลาร์

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ตั้งแต่ช่วงคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา เงินบาทเคลื่อนไหวไร้ทิศทางที่ชัดเจนในกรอบ Sideways โดยมีจังหวะอ่อนค่าลงบ้าง ตามการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ ที่มาพร้อมกับจังหวะย่อตัวลงของราคาทองคำ ในช่วงตลาดกังวลต่อพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ทวีความร้อนแรงขึ้นในช่วงนี้ จนทำให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ตลาดกลับมากังวลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อ พร้อมทยอยปรับเพิ่มโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยของบรรดาธนาคารกลางหลักอีกครั้ง

สำหรับแนวโน้มเงินบาทนั้น โมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาทมีกำลังมากขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ทวีความร้อนแรง ประกอบกับภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงิน โดยเฉพาะแรงเทขายหุ้นธีม AI/Semiconductor ซึ่งหนุนการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์

“สัปดาห์นี้ รวมถึงในช่วงระยะสั้น ควรจับตาพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง พร้อมทั้งรอลุ้นผลการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) รายงานดัชนี PMI จากประเทศเศรษฐกิจหลัก” นายพูน ระบุ

ส่วนในฝั่งไทย นักวิเคราะห์ต่างประเมินว่า ยอดการส่งออกของไทย จะยังคงได้รับอานิสงส์จากกระแส AI Boom หนุนให้ยอดการส่งออกของเดือนมิ.ย. 69 อาจโตได้เกือบ +15%y/y แต่ยอดการนำเข้า มีแนวโน้มเร่งตัวสูงขึ้นถึง +35%y/y เช่นกัน ตามการนำเข้าชิ้นส่วนสำหรับสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และ Semiconductor รวมถึงการนำเข้าสำหรับการลงทุนใน Data Center ส่งผลให้โดยรวมดุลการค้าของไทยมีแนวโน้มขาดดุลต่อเนื่อง

นายพูน คาดเงินบาทวันนี้ จะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 33.55-33.75 บาท/ดอลลาร์

SPOT ล่าสุดอยู่ที่ระดับ 33.6225 บาท/ดอลลาร์

*ปัจจัยสำคัญ

– เงินเยน อยู่ที่ระดับ 162.36 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวันศุกร์ที่ระดับ 162.43 เยน/ดอลลาร์

– เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1430 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวันศุกร์ที่ระดับ 1.1440 ดอลลาร์/ยูโร

– อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของ ธปท.อยู่ที่ระดับ 33.607 บาท/ดอลลาร์

– สัปดาห์นี้ กระทรวงพาณิชย์ โดยสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) จะมีการรายงานภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทยเดือนมิ.ย. และช่วงครึ่งปีแรก

– นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นำทัพทีมประเทศไทย เปิดโต๊ะเจรจา 4 บริษัทยักษ์ใหญ่ของจีน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ได้รับการยืนยันว่ามีแผนการลงทุนในไทย มูลค่ารวมกันกว่า 70,000 ล้านบาทภายในปีนี้

– กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เปิดเผยว่า กองกำลังสหรัฐฯ ได้เปิดฉากโจมตีอิหร่านระลอกที่ 9 ในวันอาทิตย์ (19 ก.ค.) ตามเวลาสหรัฐฯ ขณะที่อิหร่านได้โจมตีตอบโต้สหรัฐฯ เช่นกัน ส่งผลให้สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงและยังไม่มีแนวโน้มสิ้นสุดลงในระยะใกล้นี้

– ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ที่จะมีการรายงานในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือนมิ.ย.จาก Conference Board, ตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชนรายสัปดาห์, จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต และภาคบริการขั้นต้นเดือนก.ค. เป็นต้น

– นักลงทุนจับตาการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) มากขึ้น โดยตลาดคาดว่า ECB จะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 23 ก.ค. อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงคาดว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในช่วงปลายปีนี้ 

โดย กษมาพร กิตติสัมพันธ์/รัชดา คงขุนเทียน