
ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลบในวันจันทร์ (20 ก.ค.) เนื่องจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยังคงดำเนินต่อไปได้บั่นทอนความเชื่อมั่นในการลงทุนทั่วโลก ส่งผลให้ตลาดตอบรับอย่างจำกัดต่อการที่ แอนดี เบอร์แนม ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 7 ของสหราชอาณาจักรในรอบ 10 ปี
- ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ปิดที่ 10,524.76 จุด ลดลง 75.61 จุด หรือ -0.71%
ดัชนี FTSE 100 ปรับตัวลงรายวันที่มากที่สุดในรอบประมาณ 2 สัปดาห์ ขณะที่เบอร์แนมให้คำมั่นว่าจะปฏิรูปการเมืองของสหราชอาณาจักร เพื่อสร้างรูปแบบเศรษฐกิจใหม่และฟื้นฟูประเทศที่เบื่อหน่ายกับการเปลี่ยนผู้นำบ่อยครั้ง พร้อมระบุว่าจะประกาศมาตรการเร่งด่วนในวันอังคารเพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน
การตัดสินใจสำคัญประการแรกของเขาคือการแต่งตั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เนื่องจากความขัดแย้งระหว่างนายกรัฐมนตรีกับรัฐมนตรีคลังเคยเป็นสาเหตุที่ทำให้รัฐบาลหลายชุดก่อนหน้านี้ต้องล้มเหลว
ซันเจย์ ราจา หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำสหราชอาณาจักรของ Deutsche Bank กล่าวว่า รัฐมนตรีคลังคนใหม่จะต้องเผชิญกับข้อจำกัดด้านการคลังที่เข้มงวดมากขึ้น เนื่องจากพื้นที่ทางการคลังมีอยู่จำกัด หลังกันชนทางการคลังที่เคยมีถูกลดทอนจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น แนวโน้มเศรษฐกิจที่อ่อนแอลง และความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่กลับมารุนแรงอีกครั้ง
เอ็ด มิลิแบนด์ รัฐมนตรีด้านความมั่นคงพลังงานและการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ซึ่งเคยถูกมองว่าเป็นตัวเต็งสำหรับตำแหน่งรัฐมนตรีคลัง กลับเผชิญกระแสโจมตีทางการเมือง ขณะที่ชาบานา มาห์มูด รัฐมนตรีมหาดไทย กลายเป็นผู้ที่ถูกมองว่ามีโอกาสได้รับตำแหน่งมากที่สุด
หุ้นกลุ่มผู้สร้างบ้านซึ่งอ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย ร่วงลง 3.5% มากที่สุดในบรรดาหุ้นกลุ่มหลักของดัชนี FTSE 350 ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษระยะยาวปรับตัวสูงขึ้น โดยพันธบัตรอายุ 30 ปีแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือน
หุ้นกลุ่มสาธารณูปโภค ซึ่งมักถูกมองเป็นทางเลือกการลงทุนที่คล้ายพันธบัตร เนื่องจากมีการจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ ปรับตัวลง 1.4%
หุ้นกลุ่มเวชภัณฑ์และเทคโนโลยีชีวภาพลดลง 1.6% โดยหุ้น AstraZeneca ซึ่งเป็นบริษัทที่มีมูลค่าตลาดสูงเป็นอันดับ 2 ของสหราชอาณาจักร ปรับตัวลง 1.7%
บรรยากาศการลงทุนทั่วโลกยังคงเปราะบาง หลังการโจมตีของสหรัฐฯ ต่ออิหร่านเข้าสู่วันที่ 9 ติดต่อกัน ขณะที่กลุ่มฮูตีในเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ประกาศใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบีย
หุ้นกลุ่มธนาคารลดลง 0.7% ขณะที่หุ้นกลุ่มเหมืองแร่โลหะที่ไม่มีส่วนผสมของเหล็กลดลง 1.1%
หุ้นสายการบินที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นอังกฤษเผชิญแรงขาย หลัง Ryanair ซึ่งเป็นสายการบินที่มีจำนวนผู้โดยสารมากที่สุดในยุโรป รายงานกำไรรายไตรมาสล่าสุดลดลงหนึ่งในสาม จากต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นและค่าโดยสารที่ลดลง
หุ้น Wizz Air ร่วงลง 2.9% ส่วนหุ้น IAG บริษัทแม่ของ British Airways และหุ้น easyJet ต่างปรับตัวลง 1.4%
ขณะที่หุ้น Computacenter พุ่งขึ้น 5.6% หลัง Berenberg ปรับเพิ่มคำแนะนำการลงทุนสำหรับบริษัทผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยี จาก “ถือ” เป็น “ซื้อ”
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช





