ภาวะตลาดเงินบาท: เปิด 33.65 แนวโน้มอ่อนค่า กังวลสงครามตอ.กลาง คาดกรอบวันนี้ 33.55-33.80

ค่าเงินบาท [USDTHB.X] เปิดเช้านี้ที่ระดับ 33.65 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าเล็กน้อยจากปิดตลาดเมื่อวานนี้ที่ระดับ 33.63 บาท/ดอลลาร์

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทยังคงเคลื่อนไหวอ่อนค่าสุดในรอบเกือบ 15 เดือน โดยปัจจัยหลักตลาดยังกังวลสถานการณ์ในตะวันออกกลาง  ที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น และกังวลว่า จะซ้ำเติมเงินเฟ้อขึ้นไปอีก 

นักบริหารเงิน คาดกรอบเงินบาทวันนี้ จะอยู่ที่ระดับ 33.55-33.80 บาท/ดอลลาร์

SPOT ล่าสุดอยู่ที่ระดับ 33.64375 บาท/ดอลลาร์

*ปัจจัยสำคัญ

– เงินเยน อยู่ที่ระดับ 162.51 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 162.41 เยน/ดอลลาร์

– เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1420 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 1.1430 ดอลลาร์/ยูโร

– อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท. อยู่ที่ระดับ 33.638 บาท/ดอลลาร์

– ‘อนุทิน’ นำทีม ททท. เดินหน้าขยายความร่วมมือท่องเที่ยวไทย-จีน เจรจา Sichuan Airlines ถกเพิ่มเที่ยวบิน-เปิดเส้นทางใหม่ ‘หัวหิน-เชียงใหม่-อู่ตะเภา’ พร้อมจับมือ Meituan และลงนาม LOI กับ 5 บริษัทชั้นนำ เร่งทำตลาดดิจิทัล ดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพ ตั้งเป้าปี 2569 กว่า 5 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 2.88 แสนล้านบาท 

– “เอกนิติ” เดินหน้ารื้อเกณฑ์ลงทุน Data Center คุมเข้ม 4 ด้าน งัดมาตรการ “แบงก์การันตี” สกัดกว้านจองไฟเกินจริง เน้นดึงทุนคุณภาพ ถ่ายทอดเทคโนโลยี AI ด้าน WHAUP ทุ่มลงทุน 2.9 หมื่นล้านบาท ขยายระบบน้ำ-ไฟ รองรับดีมานด์พุ่ง จี้รัฐเร่งปลดล็อก Direct PPA ปักธงไทยฮับ พลังงานสะอาดอาเซียน 

– “ศุภจี” ร่วมขบวนนายกฯเยือนจีน เร่งเครื่องดันสินค้าไทยเข้าตลาดจีน ขยายตลาดสินค้าพรีเมียมตอบโจทย์ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคชาวจีน โดยหวังให้จีนนำเข้าสินค้าจากไทยมากขึ้นเพื่อให้เกิดการค้าที่สมดุล รวมถึงผลักดันการขึ้นทะเบียนสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ระหว่างสองประเทศพร้อมเซ็น MOU 2 ฉบับ เสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจด้านห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทาน ยกระดับบทบาท MSMEs ในห่วงโซ่เศรษฐกิจระดับภูมิภาค 

– ความตึงเครียดระลอกล่าสุดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 8 ก.ค. หลังจากสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ทั้งสองฝ่ายลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) โดยสหรัฐฯ ระบุว่า การโจมตีดังกล่าวเป็นการตอบโต้ต่อการที่อิหร่านโจมตีเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ 

– สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาน้ำมันยังคงเคลื่อนไหวในระดับสูง โดยราคาน้ำมันเบรนท์ [BRENT.X] ดีดตัวขึ้นกว่า 1% ในวันจันทร์ ซึ่งทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ และเพิ่มน้ำหนักให้กับคาดการณ์ที่ว่าเฟดอาจจะตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับสูงเป็นเวลานานขึ้น หรืออาจจะพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้เพื่อสกัดเงินเฟ้อ 

– ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เริ่มเข้าสู่ช่วงงดเว้นการแสดงความเห็นเกี่ยวกับนโยบายการเงิน (Blackout Period) ก่อนที่เฟดจะจัดการประชุมกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ในวันที่ 28-29 ก.ค.

– นายเควิน วอร์ช จะทำหน้าที่ประธานการประชุม FOMC เป็นครั้งที่ 2 และจะมีการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนหลังเสร็จสิ้นการประชุม โดยจะชี้แจงเหตุผลของเฟดในการตัดสินใจกำหนดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ แต่ไม่มีแนวโน้มส่งสัญญาณทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของเฟดในปีนี้

– ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันจันทร์ (20 ก.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนเข้าซื้อสกุลเงินปลอดภัย ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ส่วนเงินปอนด์อ่อนค่าลง ในขณะที่นักลงทุนจับตาแผนการปฏิรูปเศรษฐกิจของแอนดี เบอร์แนม นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของอังกฤษ 

– สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันจันทร์ (20 ก.ค.) เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นและก่อให้เกิดภาวะเงินเฟ้อนั้น อาจกดดันให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 

– นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชนจาก ADP, จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ทั้งภาคบริการและภาคการผลิตเดือนก.ค.จาก S&P Global และยอดขายบ้านใหม่เดือนมิ.ย. 

โดย ฐานิสร์ ทองนอก/รัชดา คงขุนเทียน