ทรัมป์สั่งเดินหน้าขึ้นภาษีสินค้าแคนาดาเพิ่ม 50% อ้างโดนเลือกปฏิบัติทางการค้า

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้ลงนามในประกาศ 3 ฉบับในวันจันทร์ (20 ก.ค.) เพื่อเรียกเก็บภาษีศุลกากรเพิ่มเติมในอัตรา 50% สำหรับสินค้าบางประเภทจากแคนาดา โดยระบุว่า แคนาดามีการเลือกปฏิบัติต่อการค้าของสหรัฐฯ

เอกสารที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ทำเนียบขาวระบุว่า การเรียกเก็บภาษีตามมูลค่าจริง (ad valorem duty) เพิ่มเติมในอัตรา 50% สำหรับผลิตภัณฑ์นม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยานยนต์ และสินค้าที่เกี่ยวข้องบางรายการ จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 19 ส.ค. เวลา 00.01 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ ขณะที่สินค้าพลังงาน โพแทช ปลา และแร่ธาตุสำคัญจะได้รับการยกเว้นภาษีดังกล่าว

ในประกาศฝ่ายบริหารที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์และสินค้าที่เกี่ยวข้อง ทรัมป์ระบุว่า นับตั้งแต่วันที่ 9 เม.ย. 2568 แคนาดาได้เรียกเก็บภาษีนำเข้า 25% สำหรับยานยนต์ที่นำเข้าจากสหรัฐฯ ซึ่งไม่มีสิทธิได้รับการยกเว้นภาษีภายใต้ข้อตกลงการค้าสหรัฐฯ-เม็กซิโก-แคนาดา (USMCA) นอกจากนี้ แคนาดายังคงใช้ระบบโควตาภาษีสำหรับยานยนต์จากสหรัฐฯ ที่มีสิทธิได้รับการยกเว้นภาษีภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว

ประกาศดังกล่าวระบุเพิ่มเติมว่า หลังจากการบังคับใช้มาตรการภาษีดังกล่าว มูลค่าการนำเข้ายานยนต์จากสหรัฐฯ ของแคนาดาได้ลดลงราว 22% จากระดับประมาณ 2.59 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงระหว่างเดือนเม.ย. 2567 – มี.ค. 2568 ลงมาอยู่ที่ราว 2.03 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568-2569

ทรัมป์กล่าวว่า “แคนาดาบังคับใช้มาตรการภาษีดังกล่าวกับยานยนต์ที่มีถิ่นกำเนิดในสหรัฐฯ เท่านั้น” พร้อมอ้างว่านโยบายภาษีของแคนาดาเป็นการเลือกปฏิบัติต่อการค้าของสหรัฐฯ และทำให้ภาคธุรกิจของอเมริกาต้องตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ

เมื่อต้นเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ปฏิเสธที่จะต่ออายุข้อตกลง USMCA ในการทบทวนร่วมภาคบังคับทุก ๆ 6 ปี ส่งผลให้ข้อตกลงการค้าดังกล่าวจะต้องเข้าสู่กระบวนการทบทวนเป็นรายปี และอาจดำเนินต่อไปจนถึงปี 2579 เว้นแต่ทั้ง 3 ประเทศจะเห็นชอบร่วมกันให้ขยายอายุข้อตกลงดังกล่าว

โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/กัลยาณี ชีวะพานิช