
เมื่อเวลา 10.32 น. หุ้นกลุ่มแบงก์ย่อลงรับแรงขายทำกำไรหลังเริ่มทยอยรายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/69
BAY ลบ 7.10% ลดลง 3.25 บาท มาที่ 42.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 174.55 ล้านบาท
TTB ลบ 3.38% ลดลง 0.01 บาท มาที่ 2.86 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,011.58 ล้านบาท
CREDIT ลบ 2.88% ลดลง 0.75 บาท มาที่ 25.25 บาท มูลค่าการซื้อขาย 30.27 ล้านบาท
TISCO ลบ 2.63% ลดลง 3.50 บาท มาที่ 129.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 250.72 ล้านบาท
KBANK ลบ 2.10% ลดลง 5.00 บาท มาที่ 232.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 3,619.75 ล้านบาท
BBL ลบ 1.97% ลดลง 4.00 บาท มาที่ 199.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,530.87 ล้านบาท
KKP ลบ 1.83% ลดลง 2.00 บาท มาที่ 107.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,238.27 ล้านบาท
SCB ลบ 1.58% ลดลง 2.50 บาท มาที่ 156.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,277.20 ล้านบาท
LHFG ลบ 0.77% ลดลง 0.01 บาท มาที่ 1.29 บาท มูลค่าการซื้อขาย 44.12 ล้านบาท
นายธนเดช รังษีธนานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.พาย กล่าวว่า หุ้นกลุ่มแบงก์ขนาดใหญ่ในช่วงเช้าวันนี้ที่ราคาปรับตัวลง คาดว่าจะมาจากแรงขายทำกำไร หลังที่หลายๆ แบงก์รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/69 ออกมาแล้ว แม้ว่าจะออกมาค่อนข้างดี และเป็นไปตามที่นักวิเคราะห์ฯคาด และมุมมองแนวโน้มของผลการดำเนินงานในช้่วงครึ่งปีหลังยังดีต่อเนื่อง แต่ราคาหุ้นในปัจจุบันถือว่าปรับขึ้นมาค่อนข้างมากแล้ว ทำให้ Valuation เริ่มตึงตัว เพราะหลายๆแบงก์เริ่มเห็น P/BV ที่มาแตะระดับ 1 เท่า หรือเกิน 1 เท่าไปเล็กน้อยแล้ว ซึ่งอาจจะยังต้องรอนักวิเคราะห์ปรับประมาณการกำไรและปรับมูลค่าของ P/BV ขึ้น
แม้ว่าแบงก์ยังจ่ายปันผลสูงอย่างสม่ำเสมอ แต่หากราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมามาก ก็ส่งผลให้ Dividend Yield ปรับลดลงได้เช่นกัน ทำให้ราคาหุ้นอาจจะมีการพักตัว หลังจากตอบรับปัจจัยบวกจากการเก็งผลการดำเนินงาน และมี Fund Flow ไหลเข้าไปมากแล้ว
โดย จีรายุทธ จันทรงสกุล





