ครม. หนุนร่างถ้อยแถลงเอเปค 2026 ผลักดัน AI-ดิจิทัล ปูทาง SMEs-สตาร์ตอัปเข้าถึงทุน

ครม. มีมติเห็นชอบร่างถ้อยแถลงรัฐมนตรีเอเปคด้านดิจิทัลและ AI ปี 2026 เดินหน้ายกระดับโครงสร้างพื้นฐานเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ เร่งสร้างทักษะดิจิทัล เสริมเกราะความปลอดภัยไซเบอร์ ปราบอาชญากรรมออนไลน์ พร้อมผลักดันสถาบันการเงินหนุนแหล่งทุนแก่ SMEs และสตาร์ตอัป ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลไทย

น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างถ้อยแถลงรัฐมนตรีเอเปคด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ ประจำปี ค.ศ. 2026 และอนุมัติให้รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมาย ร่วมรับรองร่างถ้อยแถลงดังกล่าวในการประชุมรัฐมนตรีเอเปคด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ ประจำปี ค.ศ. 2026 ระหว่างวันที่ 23-24 ก.ค. 69 ณ นครเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน

โดยร่างถ้อยแถลงดังกล่าว เป็นเอกสารผลลัพธ์สำคัญของการประชุม มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการเสริมสร้างศักยภาพและขับเคลื่อนการเติบโตอย่างครอบคลุมและยั่งยืนของประชาคมเอเชีย-แปซิฟิก โดยกำหนดแนวทางความร่วมมือสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่ การเชื่อมต่อดิจิทัล เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เพื่อการพัฒนา การมีส่วนร่วมและการยกระดับทักษะดิจิทัล การสร้างสภาพแวดล้อมดิจิทัลที่ปลอดภัย และการส่งเสริมการลงทุนเพื่อพัฒนาระบบนิเวศดิจิทัล

ด้านการเชื่อมต่อดิจิทัล สมาชิกเอเปคจะร่วมกันส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารและการประมวลผลที่มีคุณภาพ เชื่อถือได้ เชื่อมโยงกัน และมีราคาที่ประชาชนเข้าถึงได้ พร้อมลดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัลระหว่างพื้นที่เมืองกับชนบท และระหว่างประชากรแต่ละกลุ่ม โดยเฉพาะสตรี ชนพื้นเมือง เยาวชน ผู้สูงอายุ และคนพิการ เพื่อให้ทุกคนมีโอกาสเข้าร่วมและได้รับประโยชน์จากเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเท่าเทียม

สำหรับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มาใช้เพื่อการพัฒนา จะมุ่งเร่งสร้างนวัตกรรม สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล และแลกเปลี่ยนนโยบายและประสบการณ์ระหว่างเขตเศรษฐกิจสมาชิก รวมทั้งส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ใช้ AI เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะในด้านสาธารณสุข การศึกษา และการดูแลผู้สูงอายุ

ทั้งนี้ ร่างถ้อยแถลง ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับทักษะดิจิทัลของประชาชน ผ่านการขยายโอกาสทางการศึกษา การฝึกอบรมสายอาชีพ และการแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ ตลอดจนการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ AI เพื่อเตรียมกำลังคนในภูมิภาคให้สามารถปรับตัวและใช้เทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ

ในด้านความปลอดภัย สมาชิกเอเปคตระหนักถึงความเสี่ยงจากกิจกรรมทางไซเบอร์ที่เป็นอันตราย การรั่วไหลของข้อมูล การแพร่กระจายข้อมูลบิดเบือนและข้อมูลเท็จ รวมถึงการใช้ AI สร้างเนื้อหาสังเคราะห์ที่เป็นอันตรายหรือผิดกฎหมาย จึงจะเสริมสร้างการหารือเชิงนโยบาย และแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ การคุ้มครองข้อมูล ความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ตลอดจนมาตรการต่อต้านการหลอกลวงออนไลน์

น.ส.ลลิดา กล่าวว่า ประเทศไทยได้ผลักดันให้ร่างถ้อยแถลงสะท้อนประเด็นสำคัญที่ไทยให้ความสำคัญ ได้แก่ การปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ การรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการปกป้องประชาชนจากภัยออนไลน์และสร้างความเชื่อมั่นในการใช้บริการดิจิทัล

นอกจากนี้ ร่างถ้อยแถลงยังสนับสนุนให้ภาคการลงทุนและสถาบันการเงินเพิ่มการเข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและ AI โดยเฉพาะสำหรับวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย รวมถึงวิสาหกิจเริ่มต้น พร้อมส่งเสริมนวัตกรรม การเคารพสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา และการใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สอย่างเหมาะสม เพื่อสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่เข้มแข็งและเปิดกว้าง

“ความร่วมมือภายใต้เอเปคครั้งนี้จะช่วยให้ประเทศไทยแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และแนวปฏิบัติที่เป็นประโยชน์กับเขตเศรษฐกิจสมาชิก พร้อมต่อยอดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ยกระดับทักษะประชาชน เพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการ และสร้างสภาพแวดล้อมออนไลน์ที่ปลอดภัย รัฐบาลมุ่งนำ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ควบคู่กับการสร้างประโยชน์และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้แก่ประชาชนอย่างทั่วถึง” น.ส.ลลิดา กล่าว

ทั้งนี้ ร่างถ้อยแถลงดังกล่าว เป็นเอกสารแสดงเจตนารมณ์ทางการเมืองร่วมกันของรัฐมนตรีเอเปค ไม่ก่อให้เกิดพันธกรณีตามกฎหมายระหว่างประเทศ และไม่เป็นหนังสือสัญญาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

โดย ปภัสสร องค์พิเชฐเมธา/รัชดา คงขุนเทียน

ข่าวล่าสุด