ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกกว่า 300 จุดในวันอังคาร (21 ก.ค.) ขณะที่ดัชนี Nasdaq ดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง เนื่องจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปได้ช่วยบดบังปัจจัยลบจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางและข้อพิพาทเรื่องภาษีศุลกากร ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่
- ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ปิดที่ 52,224.64 จุด เพิ่มขึ้น 385.38 จุด หรือ +0.74%
- ดัชนี S&P500 [SP500.X] ปิดที่ 7,509.20 จุด เพิ่มขึ้น 65.92 จุด หรือ +0.89%
- ดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ปิดที่ 25,837.21 จุด เพิ่มขึ้น 329.13 หรือ +1.29%
การฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มชิปเป็นปัจจัยหนุนดัชนีหลักของตลาดหุ้นนิวยอร์ก และช่วยหนุนดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ที่ตลาดหุ้นฟิลาเดลเฟีย (PHLX Semiconductor Index) พุ่งขึ้น 5.2% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นติดต่อกันวันที่สอง หลังจากปิดตลาดร่วงลงอย่างหนักเมื่อวันศุกร์ (17 ก.ค.) อันเนื่องมาจากความกังวลเกี่ยวกับมูลค่าหุ้นที่อยู่ในระดับสูง และการลงทุนมหาศาลในปัญญาประดิษฐ์ (AI)
นักวิเคราะห์จากบริษัท 248 Ventures ในรัฐนอร์ทแคโรไลนา ให้ความเห็นว่า นักลงทุนแห่ซื้อหุ้นกลุ่มชิปกลับคืน ก่อนที่บริษัทหลายแห่งจะเปิดเผยผลประกอบการ เนื่องจากกลัวว่าจะตกขบวน (FOMO) หากบริษัทเหล่านี้รายงานผลกำไรที่สูงเกินคาดและปรับเพิ่มแนวโน้มผลประกอบการ
การพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มชิปได้ช่วยบดบังปัจจัยลบจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางและราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น หลังจากกลุ่มฮูตีซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ประกาศใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบียในช่องแคบบับเอลมันเดบ ส่งผลให้เส้นทางเดินเรือทางตอนใต้ของทะเลแดงถูกปิดสำหรับเรือของซาอุดีอาระเบีย
ส่วนปัจจัยลบด้านอื่น ๆ นั้น ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศเรียกเก็บภาษีศุลกากรจากแคนาดาเพิ่มเติมในอัตรา 50% โดยอ้างว่าแคนาดาเลือกปฏิบัติต่อการค้าของสหรัฐฯ ขณะที่มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา กล่าวว่า การที่สหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีดังกล่าวถือเป็นการใช้มาตรการการค้าฝ่ายเดียว ซึ่งละเมิดข้อตกลงการค้าแคนาดา-สหรัฐฯ-เม็กซิโก (CUSMA)
หุ้น 9 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก นำโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีพุ่งขึ้น 2.35% ตามด้วยหุ้นกลุ่มพลังงานพุ่งขึ้น 1.15% ส่วนหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวลง 1% และหุ้นกลุ่มบริการด้านการสื่อสารปรับตัวลง 0.85%
สำหรับหุ้นรายตัวนั้น หุ้นบริษัทผลิตชิปรายใหญ่อย่างหุ้น Sandisk พุ่งขึ้น 14.3%, หุ้น Western Digital ทะยานขึ้น 12.5% และหุ้น Micron Technology พุ่งขึ้น 12.2%
หุ้น 3M ซึ่งเป็นบริษัทอุตสาหกรรมรายใหญ่ พุ่งขึ้น 7.3% หลังจากบริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรตลอดปีงบการเงิน 2569 ขณะที่หุ้น Hasbro ผู้ผลิตของเล่นรายใหญ่ พุ่งขึ้น 8.8% หลังจากบริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้และกำไรตลอดปี 2569 เช่นกัน
หุ้น MSCI ซึ่งเป็นบริษัทจัดทำดัชนี ร่วงลง 10% หลังจากบริษัทเปิดเผยรายได้รายไตรมาสที่สูงเกินคาด แต่ก็ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานตลอดปีงบการเงิน 2569
นักลงทุนจับตาผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ โดย Tesla และ Alphabet จะรายงานผลประกอบการในวันนี้ (22 ก.ค.) ขณะที่ Microsoft, Meta, Apple และ Amazon จะรายงานในสัปดาห์หน้า
โดย รัตนา พงศ์ทวิช





