
กองบัญชาการกลาง คาทัม อัล- อันบิยา ของกองทัพอิหร่านออกแถลงการณ์ในวันนี้ (22 ก.ค.) เตือนว่า หากสหรัฐฯ โจมตีโรงงานนิวเคลียร์หรือสถานที่สำคัญด้านความมั่นคงของอิหร่าน อิหร่านจะขยายปฏิบัติการตอบโต้และโจมตีผลประโยชน์ของสหรัฐฯ รวมถึงชาติพันธมิตรทั่วภูมิภาค
แถลงการณ์ดังกล่าวมีขึ้นเพื่อตอบโต้คำกล่าวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ที่ระบุเมื่อวันอังคาร (21 ก.ค.) ว่า กองทัพสหรัฐฯ จะโจมตีโรงงานนิวเคลียร์แห่งหนึ่งของอิหร่าน ซึ่งเชื่อว่าตั้งอยู่ใต้ภูเขาในจังหวัดอิสฟาฮาน “ในเร็ว ๆ นี้”
แถลงการณ์ระบุว่า หากกองทัพสหรัฐฯ โจมตีศูนย์นิวเคลียร์หรือสถานที่อ่อนไหวของอิหร่าน อิหร่านจะถือว่าเป็นการยกระดับสงครามในตะวันออกกลาง และจะเปิดฉากโจมตีผลประโยชน์ของสหรัฐฯ รวมถึงประเทศพันธมิตรและผู้สนับสนุนอย่างเต็มกำลัง
ขณะเดียวกัน กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) เปิดเผยผ่านสำนักข่าวเซปาห์ นิวส์ ว่า ได้ทำลายระบบเรดาร์แจ้งเตือนล่วงหน้าและเรดาร์ทางยุทธวิธีหลายแห่งบริเวณฐานทัพอากาศอาลี อัล ซาเลม ในคูเวต รวมถึงระบบเรดาร์อีกแห่งบนเกาะบูบิยัน
ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีหลายระลอกในพื้นที่ทางตอนใต้ของอิหร่าน โดยชี้ว่าเป็นการตอบโต้หลังอิหร่านโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ และมีเป้าหมายเพื่อลดศักยภาพของอิหร่านในการคุกคามการเดินเรือพาณิชย์
ขณะเดียวกัน อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีฐานทัพและสิ่งอำนวยความสะดวกทางทหารของสหรัฐฯ ในหลายพื้นที่ของภูมิภาค
ทั้งนี้ สถานการณ์ที่ตึงเครียดเกิดขึ้น แม้ทั้งสองประเทศได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยสันติภาพเมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ซึ่งมีกำหนดให้กลับมาเจรจากันภายใน 60 วัน เพื่อบรรลุข้อตกลงฉบับสุดท้าย
โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/กัลยาณี ชีวะพานิช





