เมื่อเวลา 10.03 น. BBL ร่วง 5.25% ลดลง 10.50 บาท มาที่ 189.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,168.09 ล้านบาท จากราคาเปิด 193.00 บาท ราคาสูงสุด 193.00 บาท และราคาต่ำสุด 189.00 บาท
บล.พาย ปรับคำแนะนำ ธนาคารกรุงเทพ [BBL] เป็น “ถือ” (เดิม ซื้อ) จากผลตอบแทนการลงทุนลดลง และผลการดำเนินงานที่อ่อนแอกว่าคาด มูลค่าพื้นฐาน 213.00 บาท
กำไรสุทธิออกมาที่ 9.5 พันล้านบาท (-20% YoY, -14% QoQ) ต่ำกว่าคาด 16% จากค่าใช้จ่ายภาษีสูงกว่าคาด กำไรสุทธิลดลง YoY และ QoQ เนื่องจาก 1) รายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง 2) กำไรจากเงินลงทุนลดลง ขณะที่กำไรเพิ่มขึ้น QoQ จากสำรองหนี้ฯ ลดลง และ 3) ค่าใช้จ่ายภาษีเพิ่มขึ้น YoY โดยอัตราภาษีจ่ายอยู่ที่ 19.7% เทียบกับเพียง 12.3% ใน ไตรมาส 2/68
ส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ลดลงที่ 2.4% (-39 bps YoY, -4 bps QoQ) เนื่องจากอัตราผลตอบแทนสินเชื่อ (loan yield) ลดลงจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ย
สินเชื่อขยายตัว 0.6% QoQ ส่งผลให้สินเชื่อใน ครึ่งแรกปี 2569 เพิ่ม 2.7% YTD ส่วนใหญ่จากสินเชื่อลูกค้าธุรกิจรายใหญ่ และสินเชื่อลูกค้ากิจการต่างประเทศ
ด้านคุณภาพสินเชื่อ NPL ratio ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 3.3% ขณะที่ Coverage ratio ลดลง แต่อยู่ในระดับสูงที่ 306% เป็นระดับแข็งแกร่ง และสูงสุดในกลุ่มธนาคาร โดย Credit cost ลดลงที่ 126 bps (-22 bps QoQ, -11 bps YoY)
Cost to income ratio เพิ่มขึ้นเป็น 49.5% เนื่องจากรายได้จากการดำเนินงานลดลง และค่าใช้จ่ายดำเนินงานสูงขึ้น
กำไรสุทธิใน ครึ่งแรกปี 2569 ลดลง 16% YoY ที่ 20.5 พันล้านบาท คิดเป็น 50% ของกำไรในปี 2569 ทั้งนี้เราปรับค่าใช้จ่ายภาษีเพิ่มขึ้นหลังจากค่าใช้จ่ายสูงกว่าคาดใน ครึ่งแรกปี 2569 โดยปรับลดประมาณการกำไรลง 6%/7% ในปี 2569-2570 ส่งผลให้กำไรสุทธิจะปรับลดลง 11% YoY ในปี 2569 และกลับมาขยายตัว 4% ในปี 2570 จากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิและรายได้ค่าธรรมเนียมขยายตัว
สำหรับใน ครึ่งหลังปี 2569 คาดว่ากำไรจะลดลง YoY และทรงตัว HoH ทั้งนี้แม้คาดกำไรจะปรับลดลงในปี 2569 แต่มองว่าธนาคารสามารถจ่ายเงินปันผลในปี 2569 ที่ 10 บาท เท่ากับในปี 2568 เพราะระดับเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง
โดย วรินทร ฺศิรินอก/รัชดา คงขุนเทียน





