สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ (22 ก.ค.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์และแรงซื้อทางเทคนิค ขณะเดียวกันนักลงทุนประเมินสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ และจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในสัปดาห์หน้า
ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) [GOLD.X] ส่งมอบเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 75.50 ดอลลาร์ หรือ 1.85% ปิดที่ 4,151.90 ดอลลาร์/ออนซ์
ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ปรับตัวลงในวันพุธและเป็นปัจจัยหนุนตลาด เนื่องจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ทำให้สัญญาทองคำซึ่งกำหนดราคาเป็นสกุลเงินดอลลาร์นั้น มีราคาที่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น ๆ
นักวิเคราะห์จาก FXTM กล่าวว่า ราคาทองคำดีดตัวขึ้นทะลุระดับ 4,140 ดอลลาร์ เนื่องจากดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง และจากการที่นักลงทุนเข้ามาช้อนซื้อหลังจากราคาร่วงลงก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ ช่วงขาขึ้นของราคาทองคำอาจถูกสกัดด้วยปัจจัยลบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ [BRENT.X] พุ่งขึ้นกว่า 3% แตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 6 สัปดาห์ในวันพุธ เนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรง โดยกองกำลังทหารของสหรัฐฯ ยังคงเดินหน้าโจมตีอิหร่าน ขณะที่กลุ่มฮูตีได้เปิดแนวรบใหม่ในสงครามครั้งนี้ ด้วยการประกาศปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบีย และขู่ว่าจะโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียในช่องแคบบับเอลมันเดบ
ทั้งนี้ การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อและความเป็นไปได้ที่เฟด อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้
ล่าสุด เครื่องมือ FedWatch ของ CME บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 66% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 28-29 ก.ค.นี้ แต่ก็ให้นัำหนักมากถึง 76% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย.
โดย รัตนา พงศ์ทวิช





