ดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงเกือบ 100 จุด ราคาน้ำมันกดดันตลาด

ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงลงเกือบ 100 จุด โดยถูกกดดันจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน ขณะที่นักลงทุนจับตาผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน

ณ เวลา 19.22 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ ลบ 98 จุด หรือ 0.19% สู่ระดับ 52,345 จุด

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทะยานขึ้น 4% เหนือระดับ 94 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันนี้ ทำสถิติสูงสุดในรอบกว่า 1 เดือน และพุ่งขึ้นเหนือ 95 ดอลลาร์ในช่วงสั้น ๆ ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบ WTI ดีดตัวขึ้น 3% ทะลุระดับ 87 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น หลังสหรัฐเปิดฉากโจมตีอิหร่านเป็นวันที่ 11 ติดต่อกัน ขณะที่นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า อิหร่านไม่ได้แสดงความจริงจังต่อการเจรจา

เขากล่าวว่า “หากพวกเขาจริงจัง เราก็จริงจังเช่นกัน แต่หากไม่ เราก็จะดำเนินการทุกอย่างที่จำเป็นเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของเรา รวมทั้งผลประโยชน์ของพันธมิตรของเรา”

นายรูบิโอกล่าวเสริมว่า กองกำลังสหรัฐจะเดินหน้าปกป้องเส้นทางการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซต่อไป

นักลงทุนจับตาความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิด เนื่องจากกังวลว่าราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงจะทำให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 73.8% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมวันที่ 28-29 ก.ค.

นอกจากนี้ นักลงทุนให้น้ำหนัก 70.8% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมเดือนก.ย.

ตลาดยังคงจับตาผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน โดยบริษัท IBM, Tesla, Texas Instruments และ Alphabet จะเปิดเผยผลประกอบการในวันนี้

ขณะเดียวกัน นักลงทุนจะติดตามข้อมูลเกี่ยวกับการใช้จ่ายด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ความต้องการใช้บริการคลาวด์ ค่าใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีของภาคธุรกิจ และแนวโน้มผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลังอย่างใกล้ชิด

นักลงทุนยังคงให้ความสำคัญกับคำถามที่ว่า ความต้องการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและซอฟต์แวร์ด้าน AI ที่แข็งแกร่ง จะยังเพียงพอที่จะสนับสนุนมูลค่าหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีที่อยู่ในระดับสูงต่อไปหรือไม่ ขณะที่บริษัทจำนวนมากขึ้นเตรียมประกาศผลประกอบการ

โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ