ตลาดหุ้นเอเชียเปิดบวกในวันนี้ (23 ก.ค.) โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มบริษัทผลิตชิปที่ปรับตัวขึ้น จากความหวังที่ว่าบริษัทเหล่านี้จะได้รับประโยชน์จากเม็ดเงินมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ที่หลั่งไหลเข้าสู่ธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ (AI)
- ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ 66,421.01 จุด เพิ่มขึ้น 305.41 จุด หรือ +0.46%
- ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ 24,966.53 จุด เพิ่มขึ้น 73.87 จุด หรือ +0.29%
- ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนเปิดที่ 3,868.09 จุด เพิ่มขึ้น 1.06 จุด หรือ -0.02%
- ดัชนี KOSPI [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้พุ่งขึ้น 3.6%
- ดัชนี S&P/ASX 200 [XJO.X] ตลาดหุ้นออสเตรเลียปรับตัวขึ้น 1%
อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นในช่วงเช้านี้ หลังจากกลุ่มฮูตีในเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ได้โจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำของซาอุดีอาระเบียในทะเลแดง ซึ่งทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงและมีความเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมัน
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ [BRENT.X] พุ่งขึ้น 2.2% แตะระดับ 96.09 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมิ.ย.
นักลงทุนยังคงติดตามสถานการณ์ตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ หลังจากโฆษกกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ได้โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X เพื่อเตือนบริษัทเดินเรือว่า เส้นทางตอนใต้ของช่องแคบฮอร์มุซได้ถูกวางทุ่นระเบิดไว้แล้ว ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เตือนว่า หากอิหร่านยังคงโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ สหรัฐฯ ก็จะทิ้งระเบิดและทำลายสะพานหรือโรงไฟฟ้า 1 แห่งทุกครั้ง โดยอาจรวมถึงสะพานหรือโรงไฟฟ้าที่ตั้งอยู่ติดกับกรุงเตหะราน หรืออยู่ภายในกรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่าน
นักลงทุนจับตาผลประกอบการของบริษัทสหรัฐฯ ในวันนี้ โดยอเมริกัน แอร์ไลน์ส (American Airlines), ที-โมบาย (T-Mobile), ยูเนียน แปซิฟิก (Union Pacific) และนอร์ฟอล์ค เซาเทิร์น (Norfolk Southern) มีกำหนดรายงานผลประกอบการก่อนตลาดวอลล์สตรีทเปิดทำการ ส่วนอินเทลล (Intel) จะรายงานผลประกอบการหลังปิดตลาด
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปนัยดา ปัทมโกวิท





