ภาวะตลาดเงินบาท: เปิด 33.78 แนวโน้มผันผวนตามสถานการณ์ตอ.กลาง จับตาประชุม ECB วันนี้

ค่าเงินบาท [USDTHB.X] เปิดเช้านี้ที่ระดับ 33.78 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าเล็กน้อยจากปิดวันก่อนที่ระดับ 33.81 บาท/ดอลลาร์

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาทพลิกกลับมาทยอยแข็งค่าขึ้นบ้าง ในลักษณะ Sideways Down แม้จะเผชิญแรงกดดันด้านอ่อนค่าบ้าง ท่ามกลางความกังวลต่อแนวโน้มสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่จะกระทบต่อการเดินเรือผ่านทั้งช่องแคบ Hormuz และ ช่องแคบ Bab al-Mandeb ซึ่งหนุนให้ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ประกอบกับจังหวะการรีบาวด์ขึ้นของราคาทองคำ

ส่วนแนวโน้มค่าเงินบาท ยังเสี่ยงเผชิญ Two-way risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ซึ่งจะขึ้นกับพัฒนาการของรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ

สำหรับวันนี้ ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่ผลการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) โดยประเมินว่า ECB อาจเลือกที่จะคงดอกเบี้ยนโยบาย (Deposit Facility Rate) ไว้ที่ระดับ 2.25% แต่ต้องจับตาการส่งสัญญาณของ ECB ในเรื่องทิศทางดอกเบี้ยในระยะถัดไป

ส่วนฝั่งเอเชีย ในช่วงเช้าวันศุกร์นี้ ตลาดจะรอประเมินทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ผ่านรายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI เดือนมิ.ย.

นายพูน คาดกรอบเงินบาทวันนี้ จะอยู่ที่ระดับ 33.70-33.90 บาท/ดอลลาร์

*ปัจจัยสำคัญ

– เงินเยน อยู่ที่ระดับ จากเย็นวานอยู่ที่ระดับ 163.00/04 เยน/ดอลลาร์

– เงินยูโร อยู่ที่ระดับ จากเย็นวานอยู่ที่ระดับ 1.1400/1406 ดอลลาร์/ยูโร

– อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารอยู่ที่ระดับ 33.785 บาท/ดอลลาร์

– “ซีอีโอแบงก์” ส่งสัญญาณเตือนเศรษฐกิจครึ่งปีหลังผันผวน “กสิกรไทย” มองยังมีปัจจัยเสี่ยงจากราคาพลังงาน มาตรการ ภาษีสหรัฐและเอลนีโญ “เอสซีบี เอกซ์” ชี้ เศรษฐกิจเผชิญแรงกดดันความผันผวนภายนอกและปัญหาเชิงโครงสร้าง “แบงก์กรุงเทพ” ห่วงภูมิรัฐศาสตร์ขยายตัว “กรุงไทย” มองเศรษฐกิจมีลักษณะ K-Shape ชัด “ทีทีบี” หวังใช้ดิจิทัลลดต้นทุน รับมือดอกเบี้ยขาลง 

– ลุ้นระทึกสัปดาห์นี้! สหรัฐฯ ประกาศใช้มาตรา 301 ทดแทนมาตรา 122 จับตา 54 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย เจอเก็บภาษีนำเข้า 12.50% “พาณิชย์” ส่งสัญญาณ 9 กลุ่มส่งออกหลักได้รับการยกเว้น

– ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพุธ (22 ก.ค.) หลังจากที่แข็งค่าติดต่อกันหลายวันก่อนหน้านี้ ขณะที่นักลงทุนจับตาสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในสัปดาห์หน้า 

– สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ (22 ก.ค.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์และแรงซื้อทางเทคนิค ขณะเดียวกันนักลงทุนประเมินสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ และจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในสัปดาห์หน้า 

– ราคาทองพุ่งขึ้นทะลุระดับ 4,100 ดอลลาร์ แตะระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ โดยได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อทางเทคนิค และความต้องการถือครองทองในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะที่นักลงทุนติดตามความพยายามทางการทูตเพื่อคลี่คลายความขัดแย้งในตะวันออกกลาง 

– นักวิเคราะห์จาก FXTM กล่าวว่า ราคาทองคำดีดตัวขึ้นทะลุระดับ 4,140 ดอลลาร์ เนื่องจากดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง และจากการที่นักลงทุนเข้ามาช้อนซื้อหลังจากราคาร่วงลงก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ ช่วงขาขึ้นของราคาทองคำอาจถูกสกัดด้วยปัจจัยลบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น 

– นักลงทุนยังคงติดตามสถานการณ์ตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ หลังจากโฆษกกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ได้โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X เพื่อเตือนบริษัทเดินเรือว่า เส้นทางตอนใต้ของช่องแคบฮอร์มุซได้ถูกวางทุ่นระเบิดไว้แล้ว ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เตือนว่า หากอิหร่านยังคงโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ สหรัฐฯ ก็จะทิ้งระเบิดและทำลายสะพานหรือโรงไฟฟ้า 1 แห่งทุกครั้ง โดยอาจรวมถึงสะพานหรือโรงไฟฟ้าที่ตั้งอยู่ติดกับกรุงเตหะราน หรืออยู่ภายในกรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่าน 

– ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ โพสต์ข้อความบน Truth Social เมื่อวานนี้ (22 ก.ค.) เตือนว่า หากอิหร่านยังคงทำการโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ สหรัฐฯ ก็จะตอบโต้ด้วยการทำลายสะพานหรือโรงไฟฟ้าของอิหร่านทุกครั้ง 

– ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ที่จะมีการรายงานในช่วงที่เหลือของสัปดาห์นี้ ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและภาคบริการขั้นต้นเดือนก.ค. และ ยอดขายบ้านใหม่เดือนมิ.ย.

โดย กษมาพร กิตติสัมพันธ์/รัชดา คงขุนเทียน