ภาวะตลาดเงินบาท: เปิด 33.83 อ่อนค่าต่อเนื่อง ลุ้นแตะ 34 จากกังวลสงครามยืดเยื้อ-เฟดขึ้นดอกเบี้ย

ค่าเงินบาท [USDTHB.X] เปิดเช้านี้ที่ระดับ 33.83 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าเล็กน้อยจากปิดตลาดเมื่อวานนี้ที่ระดับ 33.81 บาท/ดอลลาร์

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ปัจจัยหลักตลาดยังกังวลสถานการณ์ในตะวันออกกลาง  ที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นในรอบ 2 เดือน และตลาดกลับมากังวลว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะขึ้นดอกเบี้ย  

นักบริหารเงิน คาดกรอบเงินบาทวันนี้ จะอยู่ที่ระดับ 33.70-34.00 บาท/ดอลลาร์

*ปัจจัยสำคัญ

– เงินเยน อยู่ที่ระดับ 163.92 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 163.35 เยน/ดอลลาร์

– เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1380 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 1.1410 ดอลลาร์/ยูโร

– อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท. อยู่ที่ระดับ 33.804 บาท/ดอลลาร์ 

– บีโอไอเผยยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนในช่วงครึ่งแรกปี 2569 ขยายตัวต่อเนื่อง มูลค่ากว่า 1.47 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% ช่วยสร้างงาน 82,000 ตำแหน่ง ซื้อวัตถุดิบในประเทศ 3.8 แสนล้านบาทต่อปี และสร้างมูลค่าส่งออกกว่า 1.2 ล้านล้านบาทต่อปี 

– ตะวันออกกลางระอุ กลุ่มฮูตีโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันซาอุฯ ในทะเลแดง “พรายพล” ชี้เสี่ยงราคาน้ำมันแตะ 100 ดอลลาร์ หวั่นกองทุนน้ำมันติดลบซ้ำรอยแสนล้านบาท “กระทรวงพลังงาน” เผยชดเชยวันละ 650 ล้านบาท ติดลบ 6.1 หมื่นล้าน สรท.คาดต้นทุนขนส่งและ ประกันภัยเรือเพิ่ม 3-10% ผู้ส่งออกหันใช้สายเดินเรือจีน มีสัมพันธ์ดีกับอิหร่าน มั่นใจความปลอดภัย 

– ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเมื่อวานนี้ (23 ก.ค.) ตามการคาดการณ์ของตลาด ขณะที่การสู้รบที่ปะทุขึ้นอีกครั้งในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ ECB มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในช่วงฤดูใบไม้ร่วง หลังจากปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมิ.ย.เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2566 เพื่อสกัดเงินเฟ้อที่เกิดจากการทำสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่าน 

– รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้ประกาศเรียกเก็บภาษีศุลกากรครั้งใหม่กับสินค้าที่นำเข้าจาก 60 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ในอัตราระหว่าง 10% – 12.5% ซึ่งประเทศไทยถูกเรียกเก็บในอัตราสูงสุดที่ 12.5% โดยรัฐบาลสหรัฐฯ อ้างว่ามาตรการเหล่านี้เป็นการลงโทษประเทศต่าง ๆ ที่ปล่อยให้มีการใช้แรงงานบังคับ ซึ่งสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม 

– สื่อออนไลน์ของสหรัฐ รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวเมื่อวานนี้ว่า เขากำลังพิจารณาอย่างจริงจังที่จะกลับมาใช้ปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ต่ออิหร่านอีกครั้ง ซึ่งอาจรวมถึงการโจมตีที่รุนแรงกว่าปฏิบัติการ “Epic Fury” ซึ่งเป็นปฏิบัติการที่สหรัฐและอิสราเอลร่วมกันโจมตีอิหร่านเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา 

– กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ลดลง 22,000 ราย สู่ระดับ 187,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่สัปดาห์ของวันที่ 6 ก.ย.2512 และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 215,000 ราย

– ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพฤหัสบดี (23 ก.ค.) เนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงได้ผลักดันให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะทำให้เงินเฟ้อดีดตัวขึ้นและอาจผลักดันให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 

– สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 100 ดอลลาร์ในวันพฤหัสบดี (23 ก.ค.) เนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางได้ผลักดันราคาน้ำมันพุ่งขึ้น ส่งผลให้เกิดความกังวลว่าเงินเฟ้อจะปรับตัวสูงขึ้นและอาจกดดันให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 

– ข้อมูลเศรษฐกิจ สหรัฐฯ วันนี้ ได้แก่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและภาคบริการขั้นต้นจาก S&P Global และยอดขายบ้านใหม่เดือนมิ.ย. 

โดย ฐานิสร์ ทองนอก/รัชดา คงขุนเทียน