
บราซิลไม่ยอมรับการตัดสินใจของสหรัฐอเมริกาที่เรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากบราซิลในอัตรา 12.5% ภายหลังการสอบสวนทางการค้าภายใต้มาตรา 301 ซึ่งครอบคลุม 60 ประเทศทั่วโลก โดยระบุว่าจะดำเนินการระงับข้อพิพาทผ่านองค์การการค้าโลก (WTO) ต่อไป
รัฐบาลบราซิลระบุว่า การสอบสวนภายใต้มาตรา 301 ของกฎหมายการค้าปี ค.ศ. 1974 ของสหรัฐฯ “เป็นการกระทำโดยพลการและไม่เป็นธรรม” โดยระบุว่าสหรัฐฯ ใช้ประเด็นแรงงานบังคับเป็นข้ออ้างในการดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้า และ “เลือกบิดเบือนประเด็นที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสิทธิมนุษยชนและการต่อสู้เพื่อสิทธิของแรงงานทั่วโลก” ทั้งที่บราซิลได้ส่งเอกสารและคำชี้แจงเกี่ยวกับกฎหมายและกลไกการบังคับใช้กฎหมายของประเทศในระหว่างการสอบสวนแล้วก็ตาม
บราซิลระบุว่าจะเริ่มดำเนินขั้นตอนเพื่อใช้มาตรการตอบโต้ภายใต้ “กฎหมายต่างตอบแทน” (Reciprocity Law) ทันที และจะนำเรื่องนี้เข้าสู่กระบวนการระงับข้อพิพาทของ WTO
ทั้งนี้ รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้ประกาศเรียกเก็บภาษีศุลกากรครั้งใหม่กับสินค้าที่นำเข้าจาก 60 ประเทศทั่วโลก ในอัตราระหว่าง 10%-12.5% โดยอ้างว่าเป็นการลงโทษประเทศต่าง ๆ ที่ปล่อยให้มีการใช้แรงงานบังคับ ซึ่งสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม โดยมาตรการเรียกเก็บภาษีครั้งใหม่นี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันนี้ (24 ก.ค.) ตามเวลาสหรัฐฯ หรือตรงกับเวลา 11.01 น.ตามเวลาไทย
โดย ปรียพรรณ มีสุข/กัลยาณี ชีวะพานิช





