
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยในวันพฤหัสบดี (23 ก.ค.) ว่า เขาจะหารือเกี่ยวกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ร่วมกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ในการพบกัน ณ กรุงวอชิงตัน เดือนก.ย. นี้
“ผมพูดเสมอว่า เป้าหมายของอเมริกาคือการครองความเป็นใหญ่ในอนาคต ซึ่งรวมถึงการเป็นมหาอำนาจอันดับหนึ่งด้านปัญญาประดิษฐ์ด้วย” ทรัมป์กล่าว ณ กรุงวอชิงตัน ระหว่างการประกาศริเริ่มโครงการปกป้องชาวอเมริกันจากภาระค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของดาต้าเซ็นเตอร์ AI
ทรัมป์ระบุว่า “เรากำลังนำหน้าจีน และเราต้องการรักษาสถานะนี้ให้คงอยู่ต่อไป” พร้อมกับเสริมว่า “ปธน.สีจะเดินทางมาเยือนในวันที่ 24 ก.ย. เราได้พูดคุยกันเรื่องนี้แล้วตอนที่ผมไปเยือนปักกิ่ง และเราจะพูดคุยกันอีกครั้ง”
ด้านแคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวระหว่างการแถลงข่าวในวันพฤหัสบดีว่า ประเด็นข้อกล่าวหาเรื่องจีนขโมยเทคโนโลยี AI จากบริษัทอเมริกัน มีแนวโน้มสูงที่จะถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นวาระสำคัญอันดับต้น ๆ ในการประชุมสุดยอดที่กำลังจะมาถึง โดยระบุว่า “ประเด็นต่าง ๆ ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยกันอยู่เสมอ และดิฉันคิดว่าประเด็นนี้น่าจะมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับท่านปธน.และรัฐบาลชุดนี้”
ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากที่สหรัฐฯ กล่าวหาว่า มูนช็อต เอไอ (Moonshot AI) บริษัทสตาร์ตอัปจากจีน ขโมยเทคโนโลยี AI จากโมเดล Claude Fable 5 ของแอนโทรปิก (Anthropic) บริษัท AI ของสหรัฐฯ
ไมเคิล แครตซิออส ที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีระดับสูงของทำเนียบขาว โพสต์บนแพลตฟอร์ม X ในวันพุธ (22 ก.ค.) ว่า สหรัฐฯ มีข้อมูลที่บ่งชี้ว่า Moonshot ใช้เทคนิคที่เรียกว่า “Distillation” กับ Claude Fable 5 เพื่อนำไปพัฒนาโมเดล Kimi K3 ที่บริษัทเพิ่งเปิดตัว
ทั้งนี้ เทคนิค Distillation คือกระบวนการถ่ายทอดความรู้จากโมเดล AI ที่มีประสิทธิภาพสูง ไปยังโมเดลขนาดเล็กกว่า เพื่อสร้างโมเดลที่มีประสิทธิภาพดีขึ้นแต่ใช้ทรัพยากรในการทำงานน้อยลง
โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/ปรียพรรณ มีสุข





