ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดบวก $20.60 รับราคาน้ำมันร่วง จับตาผลประชุมเฟดสัปดาห์หน้า

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดขยับขึ้นเล็กน้อยในวันศุกร์ (24 ก.ค.) หลังราคาน้ำมันดิบเบรนท์อ่อนตัวลงจากระดับเหนือ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่นักลงทุนติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและประเมินผลกระทบต่อเงินเฟ้อ ก่อนการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในสัปดาห์หน้า

ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) [GOLD.X] ส่งมอบเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 20.60 ดอลลาร์ หรือ 0.51% ปิดที่ 4,070.80 ดอลลาร์/ออนซ์

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ร่วงลงมากกว่า 4% หลังจากพุ่งขึ้นกว่า 7% และปิดเหนือระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในการซื้อขายวันพฤหัสบดี (23 ก.ค.) ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพ.ค. หลังกลุ่มฮูตีที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านอ้างว่า ได้โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย 2 ลำในทะเลแดง

นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า แม้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ราคาทองคำยังสามารถสร้างฐานได้บริเวณ 3,950 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมมองว่า แม้มีโอกาสที่ราคาจะปรับลดลงจากแรงขายตัดขาดทุน หากสงครามทวีความรุนแรงอย่างรวดเร็ว แต่โดยรวมราคาทองคำมีแนวโน้มกลับมาปรับตัวสูงขึ้น และการที่เฟดคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้าจะเป็นปัจจัยสนับสนุนราคาทอง

อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำยังคงเผชิญแรงกดดัน โดยร่วงลงแล้วประมาณ 23% นับตั้งแต่สงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านเริ่มขึ้นในช่วงปลายเดือนก.พ. เนื่องจากตลาดกังวลว่าเงินเฟ้อที่เกิดจากสงครามอาจทำให้อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ระดับสูงเป็นเวลานาน

แม้ว่าทองคำจะถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ แต่อัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูงมักส่งผลลบต่อทองคำ เนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย

ขณะนี้ นักลงทุนรอผลการประชุมนโยบายการเงินของเฟดในสัปดาห์หน้า โดยตลาดส่วนใหญ่คาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ ขณะที่ข้อมูลจาก CME FedWatch Tool บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักประมาณ 82% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย.

ด้านนักวิเคราะห์จาก ING ระบุในบทวิเคราะห์ว่า การฟื้นตัวของราคาทองคำในช่วงที่ผ่านมาได้รับแรงหนุนหลักจากแรงซื้อเมื่อราคาปรับตัวลงและการซื้อคืนเพื่อปิดสถานะขาย หลังจากราคาปรับฐานลงอย่างรุนแรงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อต้นปี อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันที่ยังอยู่ในระดับสูงและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่เพิ่มขึ้น มีแนวโน้มจำกัดการฟื้นตัวของราคาทองคำ โดยระดับ 4,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์จะเป็นระดับสำคัญที่ตลาดต้องติดตามในระยะสั้น

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช