ภาวะตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT: ข้าวสาลี-ถั่วเหลืองปิดลบ นลท.ขายทำกำไรหลังราคาพุ่งแรง

ภาวะตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT วันศุกร์ (24 ก.ค.) สัญญาข้าวสาลีและถั่วเหลืองปิดลบ เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากราคาปรับตัวขึ้นแข็งแกร่งในช่วงที่ผ่านมา อันเนื่องมาจากสถานการณ์ตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และสภาพอากาศร้อนจัดซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อการผลิต ส่วนสัญญาข้าวโพดปิดทรงตัว

  • สัญญาข้าวโพดส่งมอบเดือนธ.ค. ปิดทรงตัวที่ระดับ 4.8750 ดอลลาร์/บุชเชล
  • สัญญาข้าวสาลีส่งมอบเดือนก.ย. ลดลง 18.25 เซนต์ หรือ -2.62% ปิดที่ 6.7800 ดอลลาร์/บุชเชล
  • สัญญาถั่วเหลืองส่งมอบเดือนพ.ย. ลดลง 9.75 เซนต์ หรือ -0.77% ปิดที่ 12.5350 ดอลลาร์/บุชเชล

สัญญาถั่วเหลืองและข้าวสาลีปิดลบจากแรงขายทำกำไร หลังจากราคาสัญญาพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งก่อนหน้านี้ จากการคาดการณ์ที่ว่า สงครามที่ยืดเยื้อระหว่างรัสเซียและยูเครนจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกธัญพืชทั้งสองชนิด โดยรัสเซียและยูเครนต่างก็เป็นผู้ส่งออกข้าวสาลีและถั่วเหลืองรายใหญ่ของโลก

นักวิเคราะห์จาก Hightower Report ให้ความเห็นว่า ตลาดอยู่ในภาวะที่มีแรงซื้อมากเกินไป (Overbought) ประกอบกับช่วงใกล้สิ้นเดือน ซึ่งอาจกระตุ้นให้นักลงทุนเข้ามาเทขายทำกำไรในระยะสั้น แต่แนวโน้มโดยรวมแล้ว ราคาธัญพืชยังคงอยู่ในทิศทางขาขึ้น

นักวิเคราะห์ยังกล่าวด้วยว่า สัญญาถั่วเหลืองได้รับแรงหนุนในระหว่างวัน จากกระแสข่าวที่ว่าจีนซื้อถั่วเหลืองล็อตใหญ่จากสหรัฐฯ หลังการประชุมระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ และจีนในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งทำให้เทรดเดอร์มีความหวังมากขึ้นว่าจีนจะบรรลุข้อตกลงนำเข้าถั่วเหลืองกับสหรัฐฯ ตามสัญญาที่ให้ไว้ในปริมาณรวม 25 ล้านเมตริกตัน

คณะสำรวจพืชผลเพื่อประเมินคุณภาพข้าวสาลีประจำปีของ Wheat Quality Council ได้เข้าสำรวจพื้นที่เขตเพลนส์ของสหรัฐฯ พบว่า ผลผลิตข้าวสาลีในพื้นที่ดังกล่าวอยู่ที่ 48 บุชเชลต่อเอเคอร์ ลดลงเล็กน้อยจากระดับ 48.3 บุชเชลต่อเอเคอร์ในปี 2568 ซึ่งเป็นการปรับตัวลงน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้

โดย รัตนา พงศ์ทวิช