HILITE:AWC พุ่ง 6% นำกลุ่มท่องเที่ยว โบรกฯ ปรับคาดการณ์นทท.-ประชุม IMF-คอนเสิร์ตระดับโลกหนุน

เมื่อเวลา 10.12 น. AWC พุ่ง 6.72% เพิ่มขึ้น 0.18 บาท มาที่ 2.86 บาท มูลค่าการซื้อขาย 94.95 ล้านบาท

MINT บวก 3.14% เพิ่มขึ้น 0.70 บาท มาที่ 23.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 690.77 ล้านบาท

CENTEL บวก 2.76 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท มาที่ 37.25 บาท มูลค่าการซื้อขาย 43.75 ล้านบาท

ERW บวก 2.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.08 บาท มาที่ 3.28 บาท มูลค่าการซื้อขาย 34.65 ล้านบาท

บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ปรับประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2569 เพิ่มขึ้นจาก 31 ล้านคน เป็น 33 ล้านคน ซึ่งสะท้อนการปรับประมาณการทางเศรษฐกิจและข้อมูลจริงที่แสดงให้เห็นว่าผลกระทบจากสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านมีความรุนแรงน้อยกว่าที่เคยประเมินไว้ก่อนหน้านี้ โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วงวันที่ 1 ม.ค. – 18 ก.ค. 2569 อยู่ที่ 17.4 ล้านคน ลดลง 3.1% YoY เราคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะกลับมาเติบโต YoY ได้ในไตรมาส 4/69 ซึ่งสะท้อนถึงแนวโน้มการฟื้นตัวที่ชัดเจนขึ้นของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย

โดยจะได้รับแรงหนุนจากปัจจัยกระตุ้นด้านอุปสงค์ในช่วงไฮซีซั่น รวมถึงงานอีเวนต์ระดับโลกต่างๆ อาทิ IMF-World Bank Group Annual Meetings และ Tomorrowland Thailand มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐ และผลจากฐานที่ต่ำจากเหตุอุทกภัยภาคใต้ในปีก่อน อย่างไรก็ดี ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเจรจายุติสงครามยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติรายเดือนจะต้องอยู่ที่ราว 2.3-2.4 ล้านคนในไตรมาส 3/69 และ 3.1-3.2 ล้านคนในไตรมาส 4/69 จึงจะทำให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งปี 2569 ถึงระดับที่เราคาดการณ์ไว้ที่ 33 ล้านคน

ไตรมาส 2/69 เป็นช่วงโลว์ซีซั่นของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย และยังได้รับผลกระทบเพิ่มเติมจากสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน อย่างไรก็ดี ข้อมูลจากการทำพรีวิวผลประกอบการของเราบ่งชี้ว่า ERW และ AWC จะสามารถรายงานกำไรปกติเติบโต YoY ได้ แม้ว่าจะปรับตัวลดลง QoQ ซึ่งดีกว่าที่เราเคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะหดตัวลง YoY โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของ RevPAR ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่ลดลง (ERW) และการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (AWC)

ในขณะที่ CENTEL และ MINT แนวโน้มยังคงเป็นไปตามที่เราคาดการณ์ไว้ โดยกำไรปกติของ CENTEL มีแนวโน้มเติบโต YoY (แต่ลดลง QoQ) เนื่องจากผลกระทบของสงครามต่อโรงแรมร่วมทุนในดูไบจะถูกชดเชยด้วยการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในประเทศไทยและมัลดีฟส์ ในส่วนของ MINT เราคาดว่าจะรายงานกำไรปกติเติบโต QoQ โดยได้รับแรงหนุนจากช่วงไฮซีซั่นในยุโรป แต่แรงกดดันต่อ EBITDA margin จะส่งผลให้กำไรปกติปรับตัวลดลงเล็กน้อย YoY

ภายหลังการปรับเพิ่มประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติซึ่งได้รับแรงหนุนจากผลกระทบของสงครามที่น้อยกว่าคาดและแนวโน้มการฟื้นตัวใน 2H69 เราจึงปรับประมาณการกำไรปกติสำหรับหุ้นกลุ่มโรงแรมภายใต้การวิเคราะห์ของเราเพิ่มขึ้น โดย ERW ได้รับการปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569 มากที่สุด (+15%) รองลงมาคือ AWC (+11%), CENTEL (+7%) และ MINT (+1%) ซึ่งสอดคล้องกับโครงสร้างรายได้ที่อิงการท่องเที่ยวไทยของแต่ละบริษัท โดย ERW และ AWC มีสัดส่วนรายได้จากโรงแรมในประเทศไทยสูงกว่า ขณะที่รายได้ของ MINT มีการกระจายตัวในต่างประเทศมากกว่า

ท่ามกลางการฟื้นตัวที่ความไม่แน่นอนของสงครามเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยจะได้รับประโยชน์จากปัจจัยกระตุ้นด้านอุปสงค์ใน ไตรมาส 4/69 (อีเวนต์ระดับโลกและมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวที่กำลังจะเกิดขึ้น) ในมุมมองของเรา ERW อยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบที่สุด เนื่องจากมีสัดส่วนรายได้จากโรงแรมในไทย (86% ของรายได้) และฐานผู้เข้าพักชาวไทย (21% ของรายได้) ที่สูงกว่าคู่แข่ง โมเมนตัมกำไรที่แข็งแกร่งใน ไตรมาส 2/69 มีแนวโน้มดีต่อเนื่องและจะทำจุดสูงสุดของปีใน ไตรมาส 4/69 แม้ว่าราคาหุ้นจะฟื้นตัวกลับสู่ระดับก่อนเกิดสงครามแล้ว แต่ valuation ยังคงน่าสนใจที่ PE ปี 2569 ระดับ 17 เท่า (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 2 ปีที่ 19 เท่า และค่ากลางของกลุ่มที่ 20 เท่า)

CENTEL: เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ CENTEL เนื่องจากกำไรมีแนวโน้มเติบโตโดดเด่นที่สุดในกลุ่มโรงแรมในปี 2570 โดยได้รับแรงหนุนจากการดำเนินงานของโรงแรมใหม่ 2 แห่งในมัลดีฟส์และการฟื้นตัวของโรงแรมร่วมทุนในดูไบ CENTEL เป็นหุ้น laggard ที่น่าสนใจ โดยตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น 6% ซึ่งยังปรับตัวขึ้นช้ากว่าหุ้นที่มีรายได้จากโรงแรมในไทยสูงอย่าง ERW (+31%) และ AWC (+26%) สะท้อนว่าความกังวลของตลาดต่อการดำเนินงานในต่างประเทศทั้งในมัลดีฟส์และดูไบอยู่ในราคา ซึ่งปัจจุบันการดำเนินงานนั้นเริ่มส่งสัญญาณการฟื้นตัว

โดย วรินทร ศิรินอก/ เสาวลักษณ์ อวยพร