บมจ.โรงพยาบาลรามคำแหง [RAM] เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 6/2569 เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 มีมติอนุมัติการเข้าซื้อหุ้นสามัญในโรงพยาบาลเอกชน 3 แห่ง จาก บริษัท เอฟ แอนด์ เอส 79 จำกัด (F&S79) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ RAM ในสัดส่วน 24.46% รวมมูลค่าเงินลงทุนทั้งสิ้น 593,276,360 บาท
1.บริษัท โรงพยาบาลน่าน-ราม จำกัด (NRH) จำนวนที่ซื้อ: 1,241,680 หุ้น (คิดเป็น 1.55%) ในราคาหุ้นละ 9.50 บาท มูลค่ารวม 11.79 ล้านบาท สัดส่วนหลังทำรายการ RAM และบริษัทย่อยจะถือหุ้นรวมกัน 96.31% วัตถุประสงค์ ปัจจุบันโครงการอยู่ระหว่างชะลอการก่อสร้างเพื่อทบทวนความเหมาะสม การเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นจะช่วยให้บริษัทมีความยืดหยุ่นและคล่องตัวในการกำหนดทิศทางโครงการและบริหารเงินลงทุน
2.บริษัท โรงพยาบาลมหาสารคาม ราม จำกัด (MSK) จำนวนที่ซื้อ: 240,000 หุ้น (คิดเป็น 11.96%) ในราคาหุ้นละ 100.00 บาท มูลค่ารวม 24.00 ล้านบาท สัดส่วนหลังทำรายการ RAM และบริษัทย่อยจะถือหุ้นรวมกัน 99.78% วัตถุประสงค์ โครงการอยู่ระหว่างชะลอการก่อสร้างเพื่อทบทวนความเหมาะสมเช่นกัน การซื้อหุ้นจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ
3.บริษัท โรงพยาบาลขอนแก่น ราม จำกัด (KKR) (ดีลหลัก) จำนวนที่ซื้อ: 2,034,600 หุ้น (คิดเป็น 25.43%) ในราคาหุ้นละ 274.00 บาท มูลค่ารวม 557.48 ล้านบาท สัดส่วนหลังทำรายการ RAM และบริษัทย่อยจะถือหุ้นรวมกันเพิ่มขึ้นเป็น 49.34% ส่งผลให้ KKR เปลี่ยนสถานะเป็นบริษัทย่อยของ RAM และสามารถรวมงบการเงินเข้าด้วยกันได้
การเข้าทำรายการในครั้งนี้มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ ขจัด Conflict of Interest: ลดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ระหว่าง RAM และกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ รุกยุทธศาสตร์ RAM 2.0 สอดคล้องกับแผนขยายเครือข่ายโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำระดับตติยภูมิ (Tertiary Care) ในจุดยุทธศาสตร์สำคัญอย่างจังหวัดขอนแก่น สร้าง Synergies เสริมศักยภาพการส่งต่อผู้ป่วย การใช้ทรัพยากรทางการแพทย์ร่วมกัน และการบริหารจัดการเครือข่ายโรงพยาบาลในภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
สำหรับเงินทุนที่ใช้ในธุรกรรมรวม 593.28 ล้านบาท บริษัทจะใช้เงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินภายในประเทศ กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน และ/หรือ เงินทุนหมุนเวียนของบริษัทฯ ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการตรวจสอบ มีความเห็นสอดคล้องกันว่า การทำรายการเกี่ยวโยงกันครั้งนี้มีความเหมาะสม สมเหตุสมผล ทั้งในเรื่องราคา เงื่อนไข และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อบริษัทและผู้ถือหุ้น โดย นพ. วิโรจน์ องค์อนันตคุณ ซึ่งเป็นกรรมการที่มีส่วนได้เสีย (ดำรงตำแหน่งกรรมการทั้งใน RAM และ F&S79) ไม่ได้เข้าร่วมประชุมและไม่มีสิทธิออกเสียงในวาระดังกล่าว





