
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) แถลงผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้เปิดฉากโจมตีเป้าหมายในอิหร่านระลอกใหม่เมื่อเวลา 20.00 น. ของวันพุธ (29 ก.ค.) ตามเวลาฝั่งตะวันออก หรือตรงกับเวลา 07.00 น. ตามเวลาไทยในวันนี้ (30 ก.ค.) เพื่อตอบโต้อิหร่านที่โจมตีกองกำลังสหรัฐฯ ที่ประจำการอยู่ในตะวันออกกลางเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (28 ก.ค.)
ปฏิบัติการโจมตีครั้งใหม่นี้มีขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวเมื่อช่วงบ่ายวันพุธว่า สหรัฐฯ จะตอบโต้อิหร่านอย่างรุนแรง หลังจากอิหร่านได้ก่อเหตุโจมตีกองกำลังสหรัฐฯ ที่ประจำการในภูมิภาคดังกล่าว
“เราจะโจมตีพวกเขาอย่างหนักหน่วง เพราะถึงตาเราแล้วที่จะโจมตีพวกเขาบ้าง” ปธน.ทรัมป์กล่าว และเสริมว่า “พวกเขารู้ว่าอะไรกำลังจะมาถึง พวกเขาขอร้องเราไม่ให้ทำเช่นนั้น”
นอกจากนี้ การกลับมาสู้รบกันอีกครั้งยังเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ปธน.ทรัมป์อ้างว่าสหรัฐฯ และอิหร่านมีความคืบหน้าในการหารือ และเขาต้องการที่จะบรรลุข้อตกลงกับอิหร่านมากกว่าการสั่งโจมตีเพิ่มเติม
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังทวีความรุนแรงมากขึ้น หลังจากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ได้ยิงขีปนาวุธหลายลูกโจมตีกองกำลังสหรัฐฯ ที่ประจำการอยู่ในตะวันออกกลางเมื่อช่วงเย็นวันอังคารตามเวลาสหรัฐฯ โดยกองทัพสหรัฐฯ ระบุว่าเป็นความพยายามโจมตีแบบไม่ให้ตั้งตัว
นอกจากนี้ สหรัฐฯ และซาอุดีอาระเบียได้ทำการโจมตีศูนย์ลำเลียงยุทโธปกรณ์และคลังอาวุธของกลุ่มก่อการร้ายหลายแห่งในพื้นที่ภาคตะวันออกของอิรัก เพื่อตอบโต้ต่อการโจมตีด้วยโดรนมากกว่า 30 ครั้งในช่วง 3 วันที่ผ่านมา ซึ่ง CENTCOM ระบุว่าเป็นฝีมือของกลุ่มก่อการร้ายที่มีอิหร่านหนุนหลัง
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปรียพรรณ มีสุข





