ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าปรับตัวลงเป็นส่วนใหญ่ในวันนี้ (30 ก.ค.) ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวน หลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีมติไม่เป็นเอกฉันท์ในการคงอัตราดอกเบี้ย ซึ่งทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของทิศทางอัตราดอกเบี้ยในอนาคต
- ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดเช้าที่ 62,218.41 จุด เพิ่มขึ้น 784.22 จุด หรือ +1.28%
- ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดเช้าที่ 25,798.93 จุด ลดลง 8.99 จุด หรือ -0.03%
- ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนปิดเช้าที่ 3,784.55 จุด ลดลง 43.92 จุด หรือ -1.15%
- ดัชนี KOSPI [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ลดลง 0.40%
- ดัชนี S&P/ASX 200 [XJO.X] ตลาดหุ้นออสเตรเลียลดลง 0.77%
ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีมติ 9-3 คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมเมื่อวันพุธ (29 ก.ค.) ซึ่งเป็นการคงอัตราดอกเบี้ยครั้งที่ 5 ติดต่อกัน
ผลการประชุมครั้งนี้ไม่เป็นเอกฉันท์ เนื่องจากสมาชิก FOMC จำนวน 9 รายลงมติคงอัตราดอกเบี้ย ขณะที่ 3 ราย ได้แก่ เบธ แฮมแมค ประธานเฟดสาขาคลีฟแลนด์, นีล แคชแครี ประธานเฟดสาขามินนิอาโปลิส และลอรี โลแกน ประธานเฟดสาขาดัลลัส ลงมติให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่สูงกว่าเป้าหมาย 2% ของเฟดมาเป็นเวลากว่า 5 ปี
นักวิเคราะห์จาก OCBC กล่าวว่า ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายการเงินของเฟด ตลอดจนสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น และความกังวลเกี่ยวกับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) อาจส่งผลให้ตลาดเผชิญกับความผันผวนในระยะใกล้นี้
อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ (Samsung Electronics) ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีจากเกาหลีใต้ ช่วยบรรเทาความวิตกกังวลของนักลงทุนได้ในระดับหนึ่ง
ซัมซุงระบุในแถลงการณ์วันนี้ว่า กำไรสุทธิในไตรมาส 2/2569 (เดือนเม.ย.-มิ.ย.) อยู่ที่ 71.62 ล้านล้านวอน (ประมาณ 4.96 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้น 1,299.9% จากระดับ 5.11 ล้านล้านวอนในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ส่วนกำไรต่อหุ้น (EPS) อยู่ที่ 10,849 วอน เพิ่มขึ้น 52% จากไตรมาสก่อนหน้า
ซัมซุงระบุว่า ผลงานอันโดดเด่นนี้มาจากความสามารถในการตอบสนองอุปสงค์ตลาดด้วยความเป็นผู้นำทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ชิป AI โดยธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์สร้างรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 127.5 ล้านล้านวอน และมีกำไรจากการดำเนินงาน 89.2 ล้านล้านวอน ซึ่งได้แรงหนุนจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง จนทำให้อุปทานชิปตึงตัวและดันราคาชิปหน่วยความจำให้สูงขึ้น
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปนัยดา ปัทมโกวิท





