
เจ้าหน้าที่ของพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) เปิดเผยว่า ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ได้แสดงความตั้งใจที่จะผลักดันการปรับลดอัตราภาษีการบริโภคสำหรับอาหารและเครื่องดื่มลงเหลือ 1% จากปัจจุบันที่ 8% เป็นเวลา 2 ปี เริ่มตั้งแต่เดือนเม.ย. ปีหน้า ขณะที่ภาคครัวเรือนยังคงเผชิญความยากลำบากจากราคาสินค้าที่สูงขึ้น
แผนการลดภาษีดังกล่าว ซึ่งจะดำเนินการควบคู่ไปกับการแจกเงินสดให้แก่ผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลางเพื่อลดภาระภาษีให้เหลือศูนย์อย่างมีประสิทธิผลนั้น ได้ถูกนำเสนอในระหว่างการประชุมฝ่ายบริหารของพรรค LDP ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล และนับเป็นครั้งแรกที่จะมีการปรับลดอัตราภาษีการบริโภคนับตั้งแต่มีการนำระบบนี้มาใช้ในปี 2532
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ทาคาอิจิได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของพรรค LDP เร่งเตรียมการในเรื่องนี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้แผนดังกล่าวได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีในต้นเดือนหน้า และผลักดันการผ่านร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องในระหว่างการประชุมสภาไดเอทสมัยวิสามัญ ซึ่งคาดว่าจะจัดขึ้นในช่วงฤดูใบไม้ร่วง
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่อยู่ในระดับสูงและเงินเยนที่อ่อนค่าลง การปรับลดภาษีอาจยิ่งเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับสถานะการคลังของญี่ปุ่นซึ่งมีระบบเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก เนื่องจากมาตรการดังกล่าวจะก่อให้เกิดรอยรั่วขนาดใหญ่ในแหล่งเงินทุนสำหรับประกันสังคม โดยอาจทำให้รัฐบาลสูญเสียรายได้จากภาษีสูงถึงประมาณ 10 ล้านล้านเยน (6.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ในระยะเวลา 2 ปี
ทั้งนี้ ทาคาอิจิซึ่งกำลังดำเนินนโยบายการใช้จ่ายแบบขยายตัวเพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ ยังไม่ได้เสนอแหล่งรายได้ที่เป็นรูปธรรมเพื่อนำมาชดเชยรายได้ส่วนที่ขาดหายไปนี้
พรรค LDP ภายใต้การนำของทาคาอิจิคว้าชัยชนะอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรเมื่อเดือนก.พ.ที่ผ่านมา หลังจากพรรคให้คำมั่นสัญญาซึ่งรวมถึงการปรับลดอัตราภาษีการบริโภคสินค้าประเภทอาหารและเครื่องดื่มลงเหลือศูนย์เป็นเวลา 2 ปี ขณะที่พรรคร่วมรัฐบาลอย่างพรรคนวัตกรรมญี่ปุ่น และพรรคฝ่ายค้านอีกหลายพรรคก็ให้คำมั่นสัญญาที่คล้ายกันในช่วงเวลานั้น ท่ามกลางราคาสินค้าที่พุ่งสูงขึ้น
พรรคร่วมรัฐบาลญี่ปุ่นเรียกโครงการปรับลดภาษีเป็นเวลา 2 ปีนี้ว่าเป็น “มาตรการเปลี่ยนผ่าน” จนกว่าโครงการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยโครงการใหม่จะถูกนำมาใช้ในปีงบประมาณ 2572 ซึ่งโครงการดังกล่าวได้รับการอนุมัติในระหว่างการเจรจาร่วมระหว่างพรรคการเมืองแล้ว
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์





