TSTH ย้ำกำไร Q2/69-70 แกร่ง อานิสงส์ราคาเหล็กพุ่ง-บาทอ่อนชดเชยผลกระทบหน้าฝน ปักธงครึ่งปีหลังโตแรง

นายอนุรักษ์ ปานเดย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทาทา สตีล (ประเทศไทย) [TSTH] กล่าวว่า แนวโน้มธุรกิจของบริษัทในงวดไตรมาส 2/69-70 (ก.ค.-ก.ย. 69) คาดว่าปริมาณการขายเหล็กจะทรงตัวจากไตรมาส 1/69-70 ที่ระดับ 334,000 ตัน เนื่องจากเป็นช่วงที่ภาพรวมของการก่อสร้างในประเทศชะลอลงไปบ้างในฤดูฝน ทำให้ความต้องการใช้เหลึกชะลอตัวลงไปด้วย

ขณะที่ปัจจุบันราคาเหล็กค่อนข้างผันผวนจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางยืดเยื้อ ส่งผลกระทบต่อต้นทุนวัตถุดิบการผลิตเหล็กปรับตัวเพิ่มขึ้น และซัพพลายวัตถุดิบก็อาจลดลงไปบ้าง แต่ก็ยังได้อานิสงส์เชิงบวกจากราคาขายเหล็กที่ปรับเพิ่มขึ้นสูง ซึ่งบริษัทได้มีการเจรจากับลูกค้าในการปรับราคาขายขึ้นอย่างเหมาะสม

ภาพรวมราคาขายเหล็กที่สูงขึ้นทำให้แนวโน้มของรายได้และกำไรของบริษัทยังสามารถรักษาได้ในระดับสูงในงวดไตรมาส 2/69-70 ต่อเนื่องจากงวดไตรมาสแรกที่มีรายได้ 6.78 พันล้านบาท และมีกำไรก่อนหักภาษีและค่าเสื่อมราคา (EBITDA) 586 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม บริษัทมองว่าภาพรวมของยอดขายเหล็กคาดว่าจะเห็นการเริ่มฟื้นตัวกลับมาในช่วงงวดครึ่งปีหลังของ TSTH เนื่องจากการลงทุนต่างๆ ในประเทศจะเริ่มเห็นความชัดเจน และจะเริ่มมีการทยอยสั่งซื้อเหล็กมากขึ้น ซึ่งเป็นช่วงที่เริ่มฤดูกาลภาคการก่อสร้างในประเทศที่จะกลับมาคึกคักมากขึ้น ทำให้ความต้องการสั่งซื้อเหล็กในช่วงตั้งแต่เดือนต.ค. 69 เป็นต้นไปเริ่มทยอยปรับเพิ่มขึ้นตามความต้องการที่สูงขึ้น ซึ่งบริษัทคาดว่าแนวโน้มของผลการดำเนินงานจะโดดเด่นขึ้นในงวดครึ่งปีหลังนี้

นอกจากนี้ ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงมาบริษัทยังได้อานิสงส์บวกจากการส่งออกด้วยเช่นกัน แม้ว่าสัดส่วยยอดขายและรายได้จากการส่งออกของบริษัทจะมีสัดส่วนเพียง 15-20% แต่การที่เงินบาทอ่อนค่ามาที่ระดับ 33-33.50 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยช่วยหนุนรายได้และกำไรในงวดไตรมาส 2/69-70 ได้เช่นกัน และช่วยชดเชยจากยอดขายที่อาจจะไม่ได้เพิ่มขึ้นด้วย

โดย จีรายุทธ จันทรงสกุล