จีนเตรียมเร่งใช้จ่ายภาครัฐ หลังเศรษฐกิจไตรมาส 2 โตต่ำสุดในรอบกว่า 3 ปี

จีนประกาศเตรียมเร่งการใช้จ่ายด้านการคลัง และออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลัง หลังจากเศรษฐกิจไตรมาส 2 ชะลอตัวลงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกรมการเมือง (โปลิตบูโร) ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ซึ่งเป็นหน่วยงานกำหนดนโยบายระดับสูง ยอมรับว่า เศรษฐกิจจีนกำลังเผชิญกับความยากลำบากและความท้าทายหลายด้าน พร้อมให้คำมั่นว่าจะเพิ่มความพยายามกระตุ้นอุปสงค์ภายในประเทศ

เศรษฐกิจจีนขยายตัว 4.3% ในไตรมาส 2 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบกว่า 3 ปี และต่ำกว่ากรอบเป้าหมายการเติบโตทั้งปีที่รัฐบาลตั้งไว้ที่ 4.5%-5.0%

อย่างไรก็ตาม จีนยังไม่มีแนวโน้มออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ เนื่องจากรัฐบาลต้องการแก้ปัญหากำลังการผลิตส่วนเกินในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นปัจจัยเพิ่มแรงกดดันด้านภาวะเงินฝืด ขณะเดียวกันยังต้องการควบคุมการใช้จ่ายของรัฐบาลท้องถิ่นที่มีภาระหนี้สูงให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

ที่ประชุมโปลิตบูโรยังส่งสัญญาณว่า จีนจะเดินหน้าจัดการกับการแข่งขันแบบอินโวลูชัน (involution) ซึ่งหมายถึงการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงระหว่างผู้ผลิตเพื่อแย่งส่วนแบ่งตลาด จนส่งผลกระทบต่อผลกำไรของบริษัท

นักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากมองว่า การเร่งดำเนินโครงการโครงสร้างพื้นฐานระดับประเทศที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณไว้แล้ว อาจช่วยประคองการเติบโตทางเศรษฐกิจในช่วงหลายเดือนข้างหน้า โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มการขาดดุลงบประมาณ

รายงานสรุปการประชุมระบุว่า จีนจำเป็นต้องเร่งการใช้จ่ายด้านการคลัง เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจในช่วงต่อไป แม้ที่ประชุมจะไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการเพิ่มเติมที่จะนำมาใช้

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์