
สำนักข่าวนิกเกอิ เอเชีย รายงานว่า ข้อมูลเบื้องต้นจากธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) บ่งชี้ว่า ทางการญี่ปุ่นได้เข้าแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตราด้วยการเข้าซื้อเยนมูลค่าราว 6-7 ล้านล้านเยน (ราว 37,500-44,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในวันพฤหัสบดี ซึ่งสอดคล้องกับการที่เยนแข็งค่าขึ้น 3% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในช่วงต้นการซื้อขายที่ตลาดเงินนิวยอร์กในวันเดียวกัน
การแทรกแซงตลาดในวันพฤหัสบดี ส่งผลให้เยนแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในเวลาประมาณ 22.30 น. ตามเวลาญี่ปุ่น หรือ 09.30 น. ที่นครนิวยอร์กและกรุงวอชิงตัน โดยเยนพุ่งขึ้นจากระดับ 162.80 เยนต่อดอลลาร์ มาอยู่ที่ 157.95 เยนต่อดอลลาร์ ภายในเวลาเพียง 50 นาที
ทั้งนี้ ข้อมูลของ BOJ แสดงให้เห็นว่า จะมีสภาพคล่องไหลออกจากระบบการเงินประมาณ 8.2 ล้านล้านเยนในวันที่ 3 สิงหาคม อันเป็นผลจากการทำธุรกรรมของภาครัฐที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ซึ่งโดยปกติแล้ว การทำธุรกรรมทางการเงินจะมีการชำระราคาในอีก 2 วันทำการถัดมา
ก่อนหน้านี้ โบรกเกอร์ในตลาดเงินคาดว่าจะมีสภาพคล่องไหลออกในระดับที่น้อยกว่านี้มาก หรืออาจมีสภาพคล่องส่วนเกินด้วยซ้ำ ความแตกต่างอย่างมากระหว่างการคาดการณ์ของตลาดกับข้อมูลของ BOJ จึงเป็นสัญญาณว่า มีการแทรกแซงค่าเงินด้วยการเข้าซื้อเยนมูลค่าประมาณ 6-7 ล้านล้านเยน
ความเป็นไปได้ของการแทรกแซงในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ทางการญี่ปุ่นมีความกังวลต่อการอ่อนค่าของเงินเยน หลังจากทรุดตัวลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 40 ปีที่ 163.99 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม โดยเยนที่อ่อนค่าจะผลักดันเงินเฟ้อ และลดกำลังซื้อของผู้บริโภค รวมทั้งบั่นทอนการบริโภคในภาคเอกชน
ข้อมูลของ BOJ เป็นเพียงหลักฐานเบื้องต้นที่บ่งชี้ว่าอาจมีการแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตราเท่านั้น โดยท้ายที่สุดจะต้องรอการยืนยันจากรายงานการดำเนินการแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยนรายเดือนของกระทรวงการคลังญี่ปุ่น ซึ่งมีกำหนดเผยแพร่ในวันที่ 28 สิงหาคม
ก่อนหน้านี้ ทางการญี่ปุ่นเคยเข้าซื้อเยนเป็นมูลค่าสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 11.7 ล้านล้านเยนในช่วงวันหยุดโกลเดนวีค ระหว่างปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคม
ส่วนในปี 2567 ทางการญี่ปุ่นได้แทรกแซงตลาดด้วยการเข้าซื้อเยนรวมมูลค่า 15.3 ล้านล้านเยน หลังจากที่ได้ดำเนินการในลักษณะเดียวกันในวงเงิน 9.2 ล้านล้านเยนในปี 2565
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ





