ภาวะตลาดเงินบาท: เปิด 33.40 แข็งค่าตามเยน-รับดอลลาร์อ่อนค่า คาดกรอบวันนี้ 33.30-33.50

ค่าเงินบาท [USDTHB.X] เปิดเช้านี้ที่ระดับ 33.40 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจากปิดตลาดเมื่อวานนี้ที่ระดับ 33.62 บาท/ดอลลาร์

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า บาทแข็งค่าตามตัวดอลลาร์ที่อ่อนค่ามาเร็ว ปัจจัยหลักมาจากเมื่อคืน ค่าเงินเยนแข็งค่าเร็วมาก จาก 163 กว่าๆ เยน/ดอลลาร์ มีจังหวะลงมา 151.98 เยน/ดอลลาร์

“ตลาดเลยสงสัยว่า น่าจะเป็นทางการญี่ปุ่นเข้ามาแทรกแซงค่าเงิน พอเยนแข็งค่าเร็ว ดอลลาร์ก็อ่อนค่าไปด้วย”นักบริหารเงิน ระบุ

นักบริหารเงิน คาดกรอบเงินบาทวันนี้ จะอยู่ที่ระดับ 33.30-33.50 บาท/ดอลลาร์

*ปัจจัยสำคัญ

– เงินเยน อยู่ที่ระดับ 160.49 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 163.40 เยน/ดอลลาร์

– เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1520 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 1.1460 ดอลลาร์/ยูโร

– อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท. อยู่ที่ระดับ 33.577 บาท/ดอลลาร์ 

– กระทรวงพาณิชย์เตรียมเดินหน้าเจรจากับสหรัฐอเมริกาเพื่อยื่นข้อเสนอขอขยายรายการสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีตามมาตรา 301 ในอัตรา 12.5% เพิ่มเติมอีก 7 กลุ่มสินค้า รวม 78 พิกัดศุลกากร เพื่อช่วยดูแลผู้ประกอบการไทย และลดผลกระทบต่อภาคการส่งออกให้ได้มากที่สุด หลังจากก่อนหน้านี้สหรัฐได้ขยายรายการสินค้าได้รับการยกเว้นภาษีจากเดิม 1,655 รายการ เพิ่มขึ้นเป็น 2,120 รายการมาแล้ว 

– ผู้ว่าแบงก์ชาติ ห่วง สถานการณ์ “หนี้” ชี้ยังเป็นขาขึ้น เอ็นพีแอล “เอสเอ็มอี” พุ่งแตะ 9.5% สวนทางรายใหญ่ หนี้เสียต่ำแค่ 1.5% ตอกย้ำความเหลื่อมล้ำสูง ขณะที่เศรษฐกิจซึมต่ำกว่าศักยภาพ K-Shaped รุนแรงยิ่งขึ้น 

– บ.วายแอลจีฯ (YLG) ชี้ธนาคารพาณิชย์จีนหยุดให้บริการเทรดทองคำกระดาษไม่กระทบภาพรวมตลาดโลก มองเป็นการจัดระเบียบลดการเก็งกำไรและดึงสภาพคล่องกลับสู่ “ทองคำแท่ง” หนุนราคาทองคำระยะยาวเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ ประเมินแนวโน้มราคามีโอกาสขึ้นต่อเนื่องไปอีก 16 ปีตามวงจร Elliott Wave Supercycle 

– รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดี (30 ก.ค.) ว่า เงินเยนดูเหมือนจะมีมูลค่าต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐานอย่างมาก หลังจากเงินเยนแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งยิ่งกระตุ้นกระแสคาดการณ์ว่าทางการญี่ปุ่นอาจเข้าแทรกแซงตลาด

– คณะกรรมการนโยบายการเงิน (MPC) ของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) มีมติ 6-3 ในการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 3.75% ในการประชุมเมื่อวานนี้ (30 ก.ค.) สอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์

– กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลทั่วไป (Headline PCE) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.7% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 4.1% ในเดือนพ.ค. 

– กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 สำหรับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 2/2569 เมื่อวานนี้ (30 ก.ค.) โดยระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ ขยายตัว 1.5% ในไตรมาสดังกล่าว ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 1.8%
นอกจากนี้ การขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในไตรมาส 2/2569 ต่ำกว่าระดับ 2.1% ในไตรมาส 1/2569

– กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก เพิ่มขึ้น 9,000 ราย สู่ระดับ 197,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว แต่ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 207,000 ราย 

– ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพฤหัสบดี (30 ก.ค.) หลังจากทางการสหรัฐฯ เปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) 

– สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพฤหัสบดี (30 ก.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์และข้อมูลที่บ่งชี้ว่าเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ชะลอตัวลง ขณะเดียวกันนักลงทุนได้ปรับลดคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) 

– นักลงทุนลดคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด โดยล่าสุดเครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 61% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย. ซึ่งลดลงจากก่อนหน้านี้ที่ระดับ 77% 

– ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ วันนี้ ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นสุดท้ายเดือนก.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน

โดย ฐานิสร์ ทองนอก/รัชดา คงขุนเทียน