แหล่งข่าวจากรัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ทางการญี่ปุ่นได้เข้าแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตราในวันพฤหัสบดี (30 ก.ค.) โดยได้เข้าซื้อสกุลเงินเยนและเทขายสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวของรัฐบาลเกิดขึ้นในขณะที่เงินเยนอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง โดยมีการซื้อขายในระดับที่อ่อนค่าที่สุดในรอบกว่า 39 ปี
สำนักข่าวเกียวโดงานว่า ความเคลื่อนไหวล่าสุดซึ่งเกิดขึ้นหลังจากที่รัฐบาลได้เข้าแทรกแซงตลาดปริวรรตเงิตราครั้งหลังสุดในช่วงเดือนเม.ย. – เดือนพ.ค.นั้น ดูเหมือนจะได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐฯ เมื่อพิจารณาจากการที่สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า เงินเยน “ดูเหมือนจะมีมูลค่าต่ำเกินจริงมาก”
อย่างไรก็ตาม ซัตสึกิ คาตายามะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังญี่ปุ่น ได้ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นว่า ทางการญี่ปุ่นได้เข้าแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตราเพื่อสกัดการอ่อนค่าของเงินเยนเทียบกับดอลลาร์เพิ่มเติมหรือไม่ โดยเธอกล่าวกับผู้สื่อข่าวเพียงว่า “เราดำเนินการด้วยความระมัดระวังอยู่เสมอ”
ขณะที่ อัตสึชิ มิมูระ เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านค่าเงินของญี่ปุ่น ไม่ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการเข้าแทรกแซงตลาดเช่นกัน แต่กล่าวว่า ทางการญี่ปุ่น “ได้รับความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ ที่มากกว่าเพียงแค่การสนับสนุนด้านจิตวิทยา”
การแสดงความเห็นของมิมูระและคาตายามะ มีขึ้นหลังจากเงินเยนพุ่งขึ้นแตะกรอบบนของระดับ 157 เยนต่อดอลลาร์ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์ก ซึ่งเป็นระดับที่แข็งค่าที่สุดนับตั้งแต่ช่วงกลางเดือนพ.ค. โดยการแข็งค่าขึ้นเกือบ 5 เยนภายในเวลาประมาณ 50 นาทีนั้น ทำให้เทรดเดอร์จำนวนมากเชื่อว่าทางการญี่ปุ่นได้เข้าแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตราครั้งใหญ่
กระแสคาดการณ์เกี่ยวกับการแทรกแซงค่าเงินโดยทางการญี่ปุ่นดำเนินมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เงินเยนอ่อนค่าลงแตะระดับ 163.99 เยนต่อดอลลาร์เมื่อวันที่ 23 ก.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบประมาณ 39 ปี 8 เดือน เนื่องจากสกุลเงินดอลลาร์ยังคงดึงดูดแรงซื้อในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงวิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
นอกจากนี้ เงินเยนยังเผชิญกับแรงเทขายท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับมาตรการใช้จ่ายแบบขยายตัวของนายกรัฐมนตรีซานาเอ ทาคาอิจิ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ แม้ว่าสถานะทางการคลังของประเทศย่ำแย่ลงก็ตาม
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/กัลยาณี ชีวะพานิช





