
ซาอุดีอาระเบียประกาศจัดตั้งพันธมิตรป้องกันทางทะเลระหว่างประเทศเมื่อวันพฤหัสบดี (30 ก.ค.) เพื่อเสริมความปลอดภัยของเส้นทางเดินเรือในทะเลแดง ช่องแคบบับเอลมันเดบ และอ่าวเอเดน ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในภูมิภาคที่ทวีความรุนแรงขึ้น
สำนักข่าวซาอุดีเพรสรายงานว่า การจัดตั้งพันธมิตรดังกล่าวมีขึ้นหลังการประชุมที่กรุงริยาด ซึ่งจัดโดยกระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบีย โดยมีผู้บัญชาการทหารและผู้แทนจาก 43 ประเทศ รวมถึงคณะผู้แทนจากสหภาพยุโรป (EU) เข้าร่วม
ทั้งนี้ มี 14 ประเทศออกแถลงการณ์ร่วมสนับสนุนการจัดตั้งพันธมิตร ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย คูเวต บาห์เรน กาตาร์ ปากีสถาน ตุรกี อียิปต์ จอร์แดน เยเมน บังกลาเทศ ไนจีเรีย ซูดาน จิบูตี และโซมาเลีย
แถลงการณ์ระบุว่า พันธมิตรดังกล่าวเป็นกรอบความร่วมมือด้านการป้องกัน เพื่อยกระดับความมั่นคงทางทะเล คุ้มครองเสรีภาพในการเดินเรือ รวมถึงปกป้องเส้นทางการค้าระหว่างประเทศและเส้นทางลำเลียงพลังงานในทะเลแดง ช่องแคบบับเอลมันเดบ และอ่าวเอเดน
อย่างไรก็ตาม การเข้าร่วมภารกิจปฏิบัติการของพันธมิตรจะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของแต่ละประเทศสมาชิก ตามกฎหมายภายในประเทศและอำนาจอธิปไตยของตนเอง
ส่วนซาอุดีอาระเบียจะทำหน้าที่เป็นประเทศผู้ก่อตั้งและผู้นำของพันธมิตร พร้อมเป็นเจ้าภาพจัดตั้งสำนักงานใหญ่ถาวรของกลุ่ม
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า การจัดตั้งพันธมิตรครั้งนี้เกิดขึ้นหลังกลุ่มฮูตีในเยเมนประกาศห้ามเรือของซาอุดีอาระเบียเดินเรือเมื่อวันที่ 20 ก.ค. และอ้างว่าได้โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุฯ ในทะเลแดง ท่ามกลางความตึงเครียดในภูมิภาคที่ยังคงเพิ่มขึ้น
ทะเลแดงกลายเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญต่อการส่งออกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียมากขึ้น หลังช่องแคบฮอร์มุซ เผชิญความปั่นป่วนจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
ทั้งนี้ ช่องแคบบับเอลมันเดบ เป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์ทางทะเลที่สำคัญของโลก เชื่อมระหว่างอ่าวเอเดนกับตอนใต้ของทะเลแดง และเป็นเส้นทางหลักสำหรับการขนส่งพลังงาน รวมถึงการค้าระหว่างประเทศที่เข้าและออกจากคลองสุเอซ
โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/กัลยาณี ชีวะพานิช





